Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

หน้าหลัก > ulife > สัมผัส“ลุค แคสซาดี-ดอเรียน“ บัณฑิตรามฯ..สัญชาติมะกัน

สัมผัส"ลุค แคสซาดี-ดอเรียน" บัณฑิตรามฯ..สัญชาติมะกัน

  • (+ให้คะแนนบทความ)
  • เปิดอ่าน point ความคิดเห็น 0
มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

"" นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกัน คว้าปริญญาตรีคณะมนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) ด้วยความภูมิใจ เชื่อว่า "ชีวิต...ขอเพียงมีเป้าหมาย ใช้ความขยัน และพยายาม ก้าวไปถึงฝันได้อย่างแน่นอน"

ลุค บัณฑิตจากคณะมนุษยศาสตร์ มร.ใช้ชีวิตในการเป็นนักศึกษา มร.จนสำเร็จการศึกษา โดยใช้เวลาเรียน 4 ปีครึ่ง กับการเรียนวิชาเอกภาษาไทย และวิชาโทภาษาญี่ปุ่น (ภาคปกติ)

"ปัจจุบันลุคตัดสินใจทำงานที่ประเทศไทยกับการเป็น "ครูสอนโยคะ" และที่บริษัทเกี่ยวกับภาพยนตร์ ล่าสุดลุคกำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "The Cheer Ambassadors" ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับทีมเชียร์ลีดเดอร์ทีมชาติไทย ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ นอร์วีเจียน 60 นอร์ธ ออส ปี 2555 และงานเทศกาลภาพยนตร์ World Film Festival of Bangkok ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ และยังมีแผนจะเผยแพร่ไปทั่วเอเชีย และทั่วโลกในเร็วๆ นี้"

ลุคบอกว่า "ภูมิใจที่สามารถเรียนจบจากรามฯ เพราะรามฯมองคนไทยกับชาวต่างชาติมีความเท่าเทียม แน่นอนคนอื่นอาจมองผมภายนอกว่าไม่ได้เป็นคนไทย แต่อยู่ที่นี่ไปสักพัก ทั้งสถาบัน อาจารย์ และเพื่อนๆ มองผมที่มากกว่าการเป็นฝรั่ง คือมองผมเป็นคนที่สนใจภาษาไทย และอยากเรียนภาษาไทย"

"เรียนที่รามคำแหงสิ่งแรกที่ได้คือความรู้ แต่ที่มากกว่านั้น คือ ความเข้าใจ ความเข้าถึงภาษาไทยและเมืองไทย อยู่ที่นี่ได้เปิดโลกทรรศน์ เพราะเมืองไทยมีอะไรที่หลากหลาย ถ้าไม่ได้มาอยู่ที่นี่ คงไม่มีโอกาสได้เห็น หรือได้พบเจอเพื่อนจากทั่วประเทศ ทุกภาค ทุกจังหวัด และทุกศาสนา ก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจถึงความเป็นไทยได้มากขึ้น

วันที่ไปถ่ายรูปใส่ชุดครุย บอกไม่ถูกว่า..รู้สึกยังไง ตื่นเต้นมาก น้ำตาไหล เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้มันไม่ง่ายเลย!!! ลุคคิดว่า รามฯมีความเป็นสากล ให้โอกาสนักศึกษาได้เรียนตามที่ตนเองต้องการ และเรียนรู้การวางแผนชีวิต เป็นการเตรียมนักศึกษาให้ออกไปทำงานได้ ทำงานเป็น และอาจารย์ที่รามฯยังเป็นผู้ให้ ให้ในสิ่งที่นักศึกษาต้องการโดยไม่บังคับ และสอนให้มีความรับผิดชอบซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต"

ลุคบอกด้วยว่า ตัวเองไม่ใช่คนฉลาด หลายคนจะมองว่าลุคเก่งภาษาไทย แต่ลุคใช้เวลาอยู่ปีกว่าๆ ที่เรียนกับครูส่วนตัว วันละ 2 ชั่วโมง ท่องศัพท์ ฝึกพูดตลอด จนเข้าใจภาษาไทย ลุคต้องใช้ความพยายามและเสียสละเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้ เพราะทุกสิ่งในชีวิตต้องใช้ความขยัน อดทน แล้วเราก็จะได้มาด้วยความภูมิใจ

"ขอเพียงมีเป้าหมายในชีวิต ทำในสิ่งเราอยากทำ แล้วก้าวไปถึงจุดนั้นให้สำเร็จ อย่างผมใช้ชีวิตอยู่ในไทยมา 8 ปี ฟัง พูด อ่านเขียนภาษาไทยได้ แต่ยังไม่ทิ้งการเรียนภาษาไทย โดยเรียนจากการใช้ชีวิต ชอบอ่านนิตยสาร นวนิยาย และดูทีวีไทย ทำให้เราได้คำศัพท์ที่ใหม่ๆ ทุกวันนี้ใช้ภาษาไทย 90% ภาษาอังกฤษ 10% จะฟังและเรียนรู้เพิ่มเติมจากการใช้ชีวิตอยู่ตลอด ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจ และคำชื่นชมที่ร่วมแสดงความยินดีกับผมในโอกาสที่สำเร็จการศึกษาครั้งนี้ด้วยครับ"

ด้าน "Ms.Trisha Cassady" คุณแม่ของบัณฑิตหนุ่มชาวอเมริกัน ที่บินตรงจากสหรัฐอเมริกามาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของลูกชาย โดย "ลุค" ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา

Ms.Trisha Cassady บอกด้วยรอยยิ้มว่า "รู้สึกดีใจ และภูมิใจในตัวลุคมาก เมื่อนึกถึงก็จะรู้สึกตื้นตันทุกครั้ง ครั้งแรกที่รู้ว่ามาสมัครเรียนที่รามคำแหง รู้สึกประหลาดใจ เพราะลุคมาเมืองไทยตั้งใจมาสอนโยคะ และเมื่ออยู่เมืองไทยประมาณ 2-3 ปี ได้เริ่มเรียนภาษาไทยอย่างจริงจัง เริ่มมีเพื่อนคนไทยที่หลากหลายวัย ฝึกพูดภาษาไทย และมีแนวคิดที่จะเรียนต่อระดับปริญญาตรี ซึ่งก็เป็นความคิดที่ดีมาก"

"ลุคเล่าให้ฟังว่า ลุครักเมืองไทย เพราะคนไทยน่ารัก เป็นกันเอง และสนุกสนานกับชีวิตที่นี่ รวมถึงการได้เรียนที่รามคำแหง เป็นการเรียนด้วยภาษาไทย ต้องฟัง พูด อ่าน เขียน และสอบเป็นภาษาไทย ลุคยังเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นและสันสกฤตเป็นภาษาเสริมอีก เป็นเรื่องน่าทึ่งมากสำหรับตัวเขา"

"ลุคเคยเล่าถึงการเรียนของเขาด้วยว่า การเรียนการสอนมีความเข้มข้นมาก ได้พบเพื่อนที่ขยันและนิสัยดี การเรียนที่นี่เป็นแบบอิสระ จึงต้องขยันและมีวินัยในการเรียนมาก หลายครั้งที่ลุคเล่าให้ฟังทำให้รู้ว่า รามคำแหงเปิดโอกาสให้กับทุกคน ค่าเล่าเรียนไม่แพง และสร้างความเท่าเทียมให้กับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้มาเรียนหนังสือในรั้วมหาวิทยาลัยด้วย" Ms.Trisha กล่าว

ติดตาม Sanook! Campus