กินพืชผักมากๆ ดี แต่อาจมีปัญหาถ้ากินไม่เป็น

กินพืชผักมากๆ ดี แต่อาจมีปัญหาถ้ากินไม่เป็น

กินพืชผักมากๆ ดี แต่อาจมีปัญหาถ้ากินไม่เป็น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ระยะหลายเดือนมานี้ ไม่ทราบว่าเป็นอะไร ทำอะไรก็รู้สึกเหนื่อยง่ายอยู่เรื่อย มีคนบอกว่าระวังเป็นโรคเบาหวาน หรือไม่ก็โรคไทรอยด์เป็นพิษ ไม่ทราบว่าดิฉันจะเป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?" หญิงสาววัยใกล้ ๔๐ ปีมาขอคำปรึกษาจากผม

ผมกวาดตาดู ก็ไม่เห็นอาการคอโต คอพอก หรือตาโปน ซึ่งเป็นอาการของโรคไทรอยด์ คลำดูต่อมไทรอยด์ก็ไม่โต ชีพจรก็เป็นปกติ ถ้าเป็นไทรอยด์เป็นพิษมักเต้นมากกว่านาทีละ ๑๒๐-๑๔๐ ครั้งขึ้นไป และมักมีอาการน้ำหนักลดฮวบฮาบ สอบถามดูก็ไม่มี

ส่วนอาการของเบาหวาน ได้แก่ อาการปัสสาวะบ่อยและออกทีละมากๆ กระหายน้ำบ่อย หิวข้าวบ่อย น้ำหนักลดสอบถามดูก็ไม่มี

ความผิดปกติที่เห็นได้ชัดก็คือ ใบหน้าซีดเหลือง หญิงสาวเล่าว่า มีคนใกล้ชิดทักเรื่องนี้มานานแล้วแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ

เมื่อตรวจดูสีของเยื่อบุตาล่าง ริมฝีปาก ลิ้น ฝ่ามือ และเล็บ ก็พบว่า ซีดเผือดกว่าปกติ จึงคิดว่าน่าจะมีภาวะซีด-โลหิตจาง ซึ่งทำให้มีอาการเหนื่อยง่ายได้

ผมเคยรู้จักเธอมานานแล้ว รู้ว่าเธอเป็นนักมังสวิรัติ จึงถามว่า กินเคร่งขนาดไหน กินนม กินไข่ หรือไม่

เธอตอบว่า เป็นนักมังสวิรัติประเภทที่ยังกินนม กินไข่ได้ แต่นับระยะร่วมปีมาแล้วที่ไม่ได้ใส่ใจกินนมและไข่เหมือนเมื่อก่อน กินแต่พืชผักและเมล็ดธัญพืชเป็นหลัก

ผมจึงบอกเธอว่า อาการเหนื่อยง่ายไม่น่าเกิดจากโรคเบาหวานหรือไทรอยด์ แต่น่าจะเกิดจากโลหิตจาง จากภาวะขาดธาตุเหล็กเสียมากกว่า

เพื่อความสบายใจของเธอ จึงได้ตรวจเลือดพิสูจน์ตามคำขอร้องของเธอ ก็พบว่าเป็นโลหิตจางค่อนข้างมาก คือระดับความเข้มของเม็ดเลือดแดง (ที่เรียกว่า "เฮโมโกลบิน") นั้นลดเหลือ ๖ กรัม% ไม่ถึงครึ่งของคนปกติ (ที่มีค่า ๑๒-๑๕ กรัม%) และลักษณะของเม็ดเลือดแดงที่ตรวจพบก็ชี้ชัดว่า เกิดจากภาวะขาดธาตุเหล็ก จึงได้ให้ยาบำรุงโลหิตที่เข้าธาตุเหล็ก ได้แก่ ยาเม็ดเฟอร์รัสฟูมาเรต ให้เธอกิน ๒ สัปดาห์ต่อมาเธอมีเรี่ยวแรงขึ้น หน้าตามีเลือดฝาดมากขึ้น จึงให้เธอกินต่อเนื่องไปนาน ๖ เดือน เพื่อสะสมธาตุเหล็กไว้ในร่างกายที่พร่องมานานให้เพียงพอ

ในปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากที่สนใจหันมาบริโภคอาหารสุขภาพ ตามหลักที่เรียกว่า "มังสวิรัติ" "แม็กโครไบโอติก" หรือ "ชีวจิต" ซึ่งงดการบริโภคเนื้อสัตว์ เน้นกินพืชผัก เมล็ดธัญพืช บางส่วนยังแนะนำให้กินนม กินไข่ หรือกินเนื้อปลาได้

บ่อยครั้งที่พบคนหนุ่มสาวที่กินไม่ถูกสัดส่วน คือถือเคร่งกินแต่พืชผักเป็นส่วนใหญ่ จะมีหน้าตาซีดเหลือง ตรวจเลือดก็พบว่าเป็นโรคโลหิตจางเพราะขาดธาตุเหล็ก

ผู้สูงอายุบางท่านเบื่อกินเนื้อสัตว์ กินแต่พืชผักเป็นประจำ ก็เกิดโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน

เคยมีคุณยายอยู่ที่ต่างจังหวัดท่านหนึ่ง หลังจากหายจากไข้หวัดใหญ่ ก็รู้สึกเบื่อเนื้อสัตว์ กินแต่ผักจิ้มน้ำพริก ต่อมาก็มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไปให้หมอแถวบ้านให้ "เลือดเทียม" (หมายถึงน้ำเกลือผสมวิตามินซี ออกเป็นสีเหลือง คล้ายเลือดเทียมหรือพลาสมาเทียม) ๒ ขวด หมดเงินไปเป็นพันบาทก็ไม่ดีขึ้น เมื่อแพทย์ที่โรงพยาบาลตรวจดูก็พบว่า เป็นโรคโลหิตจางจากภาวะขาดธาตุเหล็ก และให้ยาเม็ดบำรุงโลหิต (ราคาเม็ดละไม่กี่สตางค์) ก็ดีขึ้นทันตาเห็น คุณยายท่านนี้ เที่ยวบอกใครต่อใครว่า เจอหมอเทวดาเข้าให้แล้ว
เนื่องจากรู้สึกทึ่งที่ใช้ "เลือดเทียม" ราคาแพงไม่หาย แต่มาหายด้วยยาราคาไม่กี่สตางค์ คุณยายหารู้ไม่ว่า โรคจะหายหรือไม่ขึ้นกับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และให้การเยียวยาให้ถูกกับสาเหตุ ไม่ได้ขึ้นกับราคาของยาแต่อย่างใด

บางท่านอาจสงสัยว่าผักใบเขียวใบเหลืองล้วนมีธาตุเหล็ก ทำไมกินแต่ผักจึงขาดธาตุเหล็กได้เล่า?

ก็ขออธิบายเพิ่มเติมว่า ในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดงของคนเรานั้น ต้องมีองค์ประกอบต่อไปนี้ครบถ้วน ได้แก่

๑. มีไขกระดูกที่ปกติ ซึ่งเป็นโรงงานสร้างเม็ดเลือด ไม่เป็นโรคหรือบกพร่อง ร่วมกับมีพันธุกรรมในการสร้างเม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่างปกติ (มีโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคทาลัสซีเมีย ที่สร้างเม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่างผิดปกติ ถูกทำลายได้ง่าย จนเกิดภาวะซีดผิดปกติ ซึ่งมักจะมีอาการซีดเหลือง และขี้โรคมาตั้งแต่เล็ก)

๒. มีธาตุเหล็กและโปรตีนที่เพียงพอ เป็นวัตถุดิบที่ไขกระดูกนำไปสร้างเม็ดเลือดแดง

๓. มีกรดโฟลิก (วิตามินบี ๙) ในการเร่งให้ไขกระดูกทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดง วิตามินชนิดนี้มีมากในพืชผัก (เช่น ผักใบเขียว แครอต แคนตาลูป ส้ม) โอกาสที่ร่างกายจะขาดสารนี้น้อยมาก

๔. มีวิตามินบี ๑๒ (มีมากใน เนื้อ นม ไข่ ปู ปลา ตับ ไต มีน้อยในพืชผัก) และฮอร์โมนอีริโทรพอยเอทิน (erythropoietin) ที่ไตผลิตเป็นตัวกระตุ้นหรือตัวเร่งกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง (ถ้าไตวายเช่นในผู้ป่วยเบาหวาน ไตสร้างฮอร์โมนดังกล่าวไม่ได้ ก็ทำให้โลหิตจางได้)

ผู้ที่กินแต่พืชผัก อาจขาดวิตามินบี ๑๒ และธาตุเหล็ก ที่ขาดธาตุเหล็กก็เพราะลำไส้จะดูดซึมธาตุเหล็กในพืชผักได้น้อย แต่จะดูดซึมธาตุเหล็กจาก เนื้อ นม ไข่ ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกินข้าวกับผัก ข้าวจะมีสารที่ชื่อว่าไฟเทต (phytate) ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กในผักอีกด้วย

ดังนั้นถ้ากินแต่พืชผัก ไม่กิน เนื้อ นม ไข่ ก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคโลหิตจางจากภาวะขาดธาตุเหล็ก (และอาจรวมทั้งวิตามินบี ๑๒)

ดังนั้นท่านที่สนใจกินอาหารมังสวิรัติ แม็กโครไบโอติก หรือชีวจิต จึงควรกินอาหารประเภท นม ไข่ เนื้อปลา ในสัดส่วนที่พอเพียงร่วมด้วย

หากเกรงว่าจะกินได้ไม่ครบ หรือกินแล้วมีภาวะโลหิตจาง ก็ควรกินยาธาตุเหล็กและวิตามินบีรวมเสริมด้วย จึงจะปลอดภัย

ที่มา : facebook มูลนิธิหมอชาวบ้าน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook