Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

หน้าหลัก > education > 5 นิสัยที่ควรมี ถ้าอยากเป็นหมอ

5 นิสัยที่ควรมี ถ้าอยากเป็นหมอ

  • (+ให้คะแนนบทความ)
  • เปิดอ่าน point ความคิดเห็น 2

หลังจากที่ได้เขียนบทความ เรื่องเล่าชีวิตการ ออกไปแล้วนั้นก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างมากจากนักเรียนและผู้ปกครอง หลายๆคนมาปรึกษาเรื่องการเรียนนต่อคณะแพทย์ หลายๆคนได้เป็นแนวทางในการตัดสินเลือกเรียน วันนี้เรามีบทความเกี่ยวกับ คุณสมบัติที่ควรมีถ้าอยากเป็นหมอ มาฝากทุกๆคนกันครับ การเรียนหมอนั้นไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าผู้เรียนมีคุณสมบัติเหล่านี้ครับ

5 นิสัยที่ควรมี ถ้าอยากเป็นหมอ5 นิสัยที่ควรมี ถ้าอยากเป็นหมอ

1. เริ่มอ่านจริงจังอย่างน้อย 6 เดือนก่อนสอบ

คำถามแรกที่น้องๆมักถามกันคือควรเริ่มอ่านหนังสือเตรียมสอบเมื่อไหร่ดี ซึ่งคำตอบนั้นไม่ตายตัว แล้วแต่ว่าน้องๆอ่านเร็วหรือช้า ต้องใช้เวลาอ่านเยอะไหม แต่อย่างไรก็ตามพี่ๆมีคำแนะนำว่าควรเริ่มอ่านอย่างช้าที่สุดคือ 6 เดือนก่อนสอบ เพราะเนื้อหาที่จะใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่น้อยๆนะครับ การอ่านให้จบทั้งหมดนั้น เวลา 6 เดือนนี้น่าจะน้อยที่สุดที่จะเป็นไปได้แล้วละ ส่วนใครที่เริ่มอ่านได้เร็วกว่านั้น ก็ควรเริ่มอ่านเร็วกว่านั้นนะครับ ไม่ใช่รอให้ถึง 6 เดือนละ

2. อ่านไปทีละวิชา

คำแนะนำของพี่ๆคืออ่านไปทีละวิชาครับ เพราะการอ่านหนังสือนั้นสมองของเราต้องใช้เวลาในการประมวลผล และย่อยข้อมูลเพื่อที่จะสรุปเป็นความเข้าใจของตนเองเก็บไว้ในสมองต่อไป ดังนั้นพี่ๆจึงแนะนำให้อ่านไปทีละวิชา เพราะถ้าหากว่าอ่านเปลี่ยนวิชาไปมา สมองยังไม่ทันที่จะได้สรุปเนื้อหาวิชาก่อน ก็จะต้องรับข้อมูลวิชาใหม่เข้ามาแล้ว อย่างนี้ก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่ใช่ไหมละ

3. ควรอ่านเนื้อหาให้จบ 1-2 เดือนก่อนสอบ

การวางแผนอ่านหนังสือเตรียมสอบ ไม่ควรตั้งเป้าหมายให้จบเนื้อหาทั้งหมดในวันก่อนสอบ แต่ควรวางแผนให้จบประมาณ 1-2 เดือนก่อนสอบ เพื่อที่จะได้นำเวลาที่เหลือไปฝึกทำโจทย์ ให้รู้ข้อบกพร่อง จะได้แก้ไข และปรับปรุงได้ทัน อีกทั้งอย่างที่พี่ๆได้บอกไปแล้วว่าสมองของเราต้องการเวลาในการที่จะประมวล และย่อยข้อมูลเพื่อเก็บในสมองต่อไป ดังนั้นการอ่านเนื้อหาจบก่อนสอบพอดีเลย ย่อมทำให้สมองไม่สามารถนำเนื้อหาส่วนที่อ่านในช่วงใกล้สอบมากๆมาใช้ในการทำข้อสอบได้อย่างแน่นอน

4. ต้องทำข้อสอบหรือโจทย์

ข้อนี้ต้องเน้นไว้เลยนะครับ การทำข้อสอบเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะจะทำให้น้องๆได้รู้จุดบกพร่องที่ควรนำไปปรับปรุงแก้ไข และยังสามรถเรียนรู้เนื้อหาได้จากการทำข้อสอบอีกด้วย น้องๆอาจทำข้อสอบหรือโจทย์ทุกครั้งที่อ่านหนังสือจบ 1 บท หรือจะทำข้อสอบทีเดียวภายหลังจากการอ่านเนื้อหาจบก็ได้ แต่ควรแยกการอ่านเนื้อหากับการทำข้อสอบออกจากกัน เพื่อที่จะได้ประเมินการอ่านเนื้อหาของเราจากการทำข้อสอบได้นั่นเอง

5. อ่านวันละกี่ชั่วโมงดีละ

นี่ก็เป็นอีกคำถามที่น้องๆสงสัยกันใช่ไหมละ สำหรับตัวเลขนั้นพี่ๆแนะนำอยู่ที่ 3-4 ชม น้องๆอาจรู้สึกเหมือนเยอะ แต่น้องๆไม่จำเป็นที่จะต้องอ่าน 3-4 ชมในทีเดียวนะครับ โดยอาจอ่านตื่นมาอ่านตอนเช้าครึ่งชม อ่านตอนพักเที่ยงครึ่งชม อ่านในคาบว่าง 1 ชม และกลับบ้านไปอ่าน 1-2 ชม ซึ่งโดยรวมแล้วน้องๆก็จะอ่านได้ประมาณ 3-4 ชม โดยที่ไม่ต้องอ่านรวดเดียว ถ้าหากว่ายังรู้สึกว่าเยอะอยู่ดี ก็อยากให้น้องๆได้ระลึกไว้เสมอนะครับ ว่าคู่แข่งของเรานั้นอาจจะอ่านเยอะกว่านี้ก็ได้นะครับ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 แนวทางการจัดตารางอ่านหนังสือเตรียมสอบมหาวิทยาลัยที่นำมาฝากน้องๆทุกคน สำหรับการสอบแข่งขันในสนามอื่นๆก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกันนะครับ ใครเห็นว่ามีปะโยชน์จะแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันก็ยินดีนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก www.top-atutor.com

ติดตาม Sanook! Campus

เลื่อนขึ้นไปบนสุด

  1. รู้ไว้ใช่ว่า กว่าจะได้ชื่อว่าเป็น “หมอ” ไม่ใช่เรื่องง่าย! รู้ไว้ใช่ว่า กว่าจะได้ชื่อว่าเป็น “หมอ” ไม่ใช่เรื…

    จากกรณีที่นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ชั้นปีที่ 6 ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเจตนาฆ่าสุนัขของตัวเองโดยมีการวางแผนมาอย่างดี เพื่อหวังเรียกเงินประกันกับบริษัทที่รับขนส่งสุนัข

  2. แนะเรียนต่อฟรี “อาชีพศัลยแพทย์“โดยแพทย์ดังจากจุฬาฯ แนะเรียนต่อฟรี “อาชีพศัลยแพทย์“โดยแพท…

    ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงามกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง บวกกับจุดแข็งของแพทย์ไทยที่มีชื่อเสียงด้านการทำศัลยกรรมตกแต่ง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>