Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

หน้าหลัก > ulife > สจล. สานตำนานรับน้องรถไฟปี 58 ประเพณีรับน้องแห่งคุณภาพ

สจล. สานตำนานรับน้องรถไฟปี 58 ประเพณีรับน้องแห่งคุณภาพ

  • (+ให้คะแนนบทความ)
  • เปิดอ่าน point ความคิดเห็น 1
S! Campus

สนับสนุนเนื้อหา

ก้าวแรกแห่งการสร้าง "นวัตกร Gen ใหม่" สู่การเป็น "เจ้าแห่งนวัตกรรม"

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันดีในชื่อ สจล. นั้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นน้ำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน เป็นเวลากว่า 55 ปี ที่สถาบันยังคงมุ่งมั่นบรรลุพันธกิจในการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสากรรมที่หลากหลาย รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมและนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ตลอดจนสอนลูกพระจอมฯให้ดำรงตนอยู่บนพื้นฐานของความ "ซื่อสัตย์ ใฝ่รู้ สู้งาน" อันเป็นอัตลักษณ์ของสถาบันที่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่ก้าวแรกของการเป็นนักศึกษา ผ่านประเพณีการรับน้องรถไฟซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเอกลักษณ์ของสถาบันที่เป็นตำนานมากว่า 25 ปี

เนื่องด้วยเป็นสถาบันการศึกษาแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีสถานีรถไฟ "พระจอมเกล้า" อยู่ภายในสถาบัน โดยในปีการศึกษา 2558 นี้ "เฟรชชี่" หรือ "นักศึกษาใหม่" กว่า 4,000 คน จะได้ร่วมกิจกรรมสืบสานตำนานรับน้องรถไฟที่สอดแทรกความรู้และการใช้ชีวิตนักศึกษาในรั้วแคแสดตลอดระยะเวลาการขับเคลื่อนของรถไฟ พร้อมมุ่งหน้าสู่เส้นทางการเป็น "นวัตกรคุณภาพ" ที่จะช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศไทยต่อไปในอนาคต

สำหรับ "ประเพณีรับน้องรถไฟ" นักศึกษาใหม่ทุกคนจะออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงในตอนเช้าตรู่ มุ่งหน้าสู่สถานีปลายทางพระจอมเกล้า โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางราว 55 นาที ซึ่งในขณะที่ล้อรถไฟกำลังหมุนอยู่นั้น รุ่นพี่และรุ่นน้องร่วมสถาบันจะได้พบปะและพูดคุยกันเป็นครั้งแรก เป็นภาพบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสดใส รุ่นพี่จะมีการอธิบายระหว่างทางสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยที่มีความเจริญสูงสุดผ่านระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟลอยฟ้า หรือแม้แต่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์

แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความเหลื่อมล้ำของสังคมผ่านการสังเกตชุมชนระหว่างทาง รวมถึงระบบรถไฟรางที่เรากำลังใช้เดินทางนั้นก็มีมานานนับ 100 ปี อีกทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาตนเอง โดยมุ่งปลุกไฟในกลุ่ม "เฟรชชี่" ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ เพื่อให้นำความรู้และประสบการณ์ที่ตนเองจะได้ซึมซับจากสถาบันตลอดระยะเวลา 4 ปีต่อจากนี้ มาพัฒนาประเทศให้เกิดความเท่าเทียม ทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ตลอดจนปลูกฝังความมีคุณธรรมจริยธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับศีลธรรมอันดีในฐานะเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ


นางสาวพรพิมล โชคมะณี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยการบริหารและจัดการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นายกองค์การนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าวว่า ประเพณีรับน้องรถไฟสจล. เป็นกิจกรรมสานความสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบัน เป็นภาพจำของความมีพลังและความสนุกสนาน และเป็นช่วงเวลาแห่งการปลูกฝังความคิดความอ่านให้กับนักศึกษาน้องใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามาใช้ชีวิตในรั้วสถาบันอย่างเต็มตัวถึง 4 ปี โดยมีสิ่งสำคัญหลักที่รุ่นพี่เน้นย้ำและมีความภาคภูมิใจที่จะส่งต่อให้กับรุ่นน้องก็คือ อัตลักษณ์ของสถาบันอันได้แก่ "ซื่อสัตย์ ใฝ่รู้ สู้งาน" ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการพัฒนาตนเองที่ทุกคนสามารถจะนำมาปรับใช้และยึดถือเป็นคติไว้ได้จนตลอดการดำเนินชีวิต

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในสถาบันภายใต้แนวความคิด One Identity เพื่อปลูกฝังให้มีความรักและสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยภายในกิจกรรมเหล่านี้ยังได้มีการสอดแทรกความเป็นสถาบัน อาทิ ประวัติความเป็นมา ข้อมูลของแต่ละคณะ ประเพณีต่างๆ ของสถาบัน ตลอดจนแนะวิธีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสถาบันอย่างมีความสุข

ด้านศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล.ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักศึกษาตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้ามาสู่รั้วสถาบัน การรับน้องรถไฟไม่ใช่กิจกรรมที่จัดขึ้นเพียงเพื่อความสนุกสนาน แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างพี่น้องร่วมสถาบันที่จะเติบโตมาเป็นคอนเนคชันอันจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตการทำงาน และเป็นเครือข่ายของบุคลากรคุณภาพที่จะสามารถพัฒนาชาติต่อไปในวันข้างหน้า

ทั้งนี้ ในปี 2558 สจล.ได้กำหนดแนวคิดสถาบันเป็นดัง "เจ้าแห่งนวัตกรรม" อันหมายถึงการเป็นองค์กรเพื่อสร้างสรรค์ผลงานวิจัยพร้อมกับคิดค้นนวัตกรรมในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ผลักดันปัจจัยที่รั้งประเทศให้ยังล้าหลังอยู่ รวมถึงการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจความรู้ (Knowledge economy) ซึ่งเป็นทางออกในการยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศชั้นแนวหน้าของประชาคมโลกได้รวมถึงสามารถพัฒนาอำนาจการแข่งขันของประเทศได้อย่างมีประสิทธิผล

ติดตาม Sanook! Campus