Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

หน้าหลัก > teenzone > ย้อนอดีต “สมศักดิ์ 180 ไอคิว“ วันนั้น กับผู้ชายชื่อ “ฌิน ศุรศิริน“ วันนี้

ย้อนอดีต "สมศักดิ์ 180 ไอคิว" วันนั้น กับผู้ชายชื่อ "ฌิน ศุรศิริน" วันนี้

  • (+ให้คะแนนบทความ)
  • เปิดอ่าน point ความคิดเห็น 0
S! Campus

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ Sanook! Campus จะพาทุกคนไปพูดคุยกับอดีตพิธีกรหนุ่มหน้าใส "ฌิน ศุรศริน" หรือ ที่ยอมให้เราไปล้วง แคะ แกะ เกา และตอบคำถามที่พวกเราสงสัยกันแบบอารมณ์ดีไม่มีกั๊ก ว่าเพราะอะไรสมศักดิ์ในวันนั้นได้กลายเป็นหนุ่ม "ฌิน ศุรศริน" ที่มีความเพียบพร้อมในวันนี้



แนะนำตัวกันนิดนึงค่ะ
ครับ!! "ชื่อ ฌิน ศุรศิริน อายุ 31 ปี เกิดที่จังหวัดกรุงเทพฯ โรงพยาบาลรามา ครับ 555" นี่เป็นคำตอบแรกที่เราได้ยินและรู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรจากน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นกันเองของผู้ชายคนนี้

ทำไมถึงเปลี่ยนจาก "สมศักดิ์" เป็น "ฌิน ศุรศริน" แล้วเปลี่ยนชื่อทำไม
คำถามนี้น้องฌินตอบแบบไม่ลังเลว่า "คุณแม่เป็นคนเปลี่ยนให้เพราะไปดูหมอกับพระมา แล้วชื่อตัวเองมีอักษรที่เป็นตัวกาลกิณีเยอะ ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนทั้งชื่อและนามสกุล"

เข้าวงการได้ยังไง
ตอนนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากตอนเรียนนิติจุฬา ก็มีพี่ที่แกรมมี่ชวนไปแคชงานพิธีกรรายการ OIC แล้วก็แคชผ่าน...จนได้เป็นพิธีกร เรื่อยมา ซึ่งพอถึงช่วงนึงรายการอิ่มตัวก็เลยตัดสินใจไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศ

ไปที่เรื่องเรียนกันบ้างดีกว่า..เรียนอะไรและจบสาขาไหนมาคะ
จบปริญญาตรี นิติ จุฬา สาขา Business Law หรือกฏหมายธุรกิจ สาเหตุที่เลือกเรียนเพราะว่าเราจะได้เรียนทั้งกฏหมายและเรียนรู้ในสายธุรกิจ ที่สำคัญมันได้เรียนพวกบัญชี เศรษฐศาสตร์ พื้นฐานทางด้านการตลาดด้วย มันทำให้เรารู้สึกว่าเราเรียนได้เยอะดี สนุก อีกอย่างมันก็ทำให้เรารู้ตัวเอง...ว่าที่สิ่งเรียนมามันเน้นย้ำในความเป็นตัวเรา เพราะฉะนั้นตอนต่อโทก็เลยเลือกไปเรียน MBA ที่อังกฤษ

ตอนไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นยังไงบ้าง เพราะตอนเรียนที่เมืองไทยเราดูเป็นเด็กเก่ง
คำถามนี้ทำเอาหนุ่มฌินถึงกับหลุดขำออกมาและตอบคำถามอย่างถ่อมตัวว่าแท้จริงแล้ว เค้าไม่ได้เป็นเด็กเก่งหรือเป็นอัจฉริยะอะไรเลย อาจเพราะเราอยู่ในสังคมเด็กจุฬา เลยทำให้ถูกมองเป็นอย่างนั้น แต่พอออกมาไปเจอกับเด็กสังคมอื่นๆ ก็ทำให้เรารู้สึกว่ายังมีคนที่เก่งกว่าเราเยอะมากๆ ส่วนในเรื่องปรับตัวก็คือเราจะตั้งใจเรียนในห้องมาก และพอเลิกเรียนเราก็จะใช้ชีวิตข้างนอกให้เต็มที่ ซึ่งค่อนข้างให้ความสำคัญและโฟกัสกับสิ่งที่อาจารย์สอนอยู่ในห้องเป็นหลัก เพราะมีความเชื่อว่าสิ่งที่ออกสอบก็ไม่พ้นเรื่องที่อาจารย์สอนให้ในห้องเรียน

ไปออกรายการ 180 ไอคิวได้ยังไง
หนุ่มฌินได้เล่าย้อนเรื่องราวเมื่อครั้งไปออกรายการ 180 ไอคิวว่า ช่วงตอนสมัยเรียนมัธยมวัดสิงห์ ได้เข้าไปอยู่ชมรมคณิตศาสตร์กับอาจารย์วิชัย ซึ่งอาจารย์ในชมรมจะขึ้นชื่อว่าเก่งมากและเด็กที่นี่ก็ถูกจับฝึกจนเก่งทุกคน...และหนุ่มฌินก็ยังย้ำว่าเค้าก็ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดอีกครั้ง ซึ่งกว่าจะคิดเลขได้คล่องขนาดนี้ก็ต้องอาศัยการฝึกฝน ซ้อมกันทุกเย็น ช่วงปิดเทอมก็ต้องซ้อมตลอดเวลา ส่วนที่ได้ไปแข่งขันในรายการ 180 ไอคิว ก็เพราะว่าอาจารย์เป็นคนเลือกและให้โอกาส และตอนที่ออกรายการก็ไม่ได้มีแค่หนุ่มฌินเพราะยังมีเพื่อนๆไปแข่งด้วยกันอีก 5 คน และก็ชนะกันทุกคน แต่เทปที่ฌินไปออกมันดันเปรี้ยงขึ้นมา..ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ซึ่งหนุ่มฌินก็ยังย้ำว่าเค้าก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆ เท่านั้นเอง

ตอนนั้นได้ไอคิวเท่าไหร่ แล้วตอนนี้ยังเท่าเดิมไหม
หนุ่มฌินตอบมาด้วยความอารมณ์ดีว่า "ตอนนั้นผมไม่ได้ไอคิว 180 หรอก ก็เหมือนเด็กทั่วๆ ไป ก็อยู่ที่การฝึกฝน ยังไงก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์วิชัยที่ช่วยสอน ช่วยฝึกฝนให้ ถ้าไม่มีอาจารย์ก็คงไม่มีผม ไม่มีชมรมมัธยมวัดสิงห์ ที่สร้างชื่อให้ขนาดนี้"

ถ้าให้กลับไปคิดเลขเร็วเหมือนเดิม ยังทำได้อยู่ไหม
ก็คงทำได้ครับแต่คงไม่ได้เร็วเวอร์เท่าเดิม 555

อยากให้แนะวิธีการเรียนในห้องเรียน เรียนยังไงให้ประสบความสำเร็จ
สำหรับข้อนี้หนุ่มฌินก็เผยว่า ตอนเรียนก็ต้องตั้งสติ ตั้งสมาธิและก็แบ่งเวลาให้ถูก โดยโฟกัสกับสิ่งที่อาจารย์สอน ที่สำคัญเราต้องตั้งใจเรียนและฝึกฝนให้มาก...

อยากให้แนะนำน้องๆ ที่อยากเป็นเหมือนฌิน
เรื่องนี้ฌินบอกว่าให้เราเลือกในสิ่งที่เราชอบ คิดว่าทำแล้วเราสนุกกับมัน หมั่นฝึกฝนอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าเราไม่ชอบหรือไม่ถนัดอะไรเราก็ต้องลองหาจุดที่มันน่าสนใจ น่าสนุก

สุดท้ายหนุ่มฌินก็อยากฝากเรื่องของสื่อออนไลน์ที่เด็กๆ ในสมัยนี้ค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่น เรื่องที่ดีของมัน คือมันทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ง่ายกว่าในสมัยก่อนมาก.. แต่บางเรื่องของโลกออนไลน์มันก็น่ากลัวเหมือนกัน เช่นเรื่องของการแชร์ การอัดคลิป ซึ่งก่อนจะทำอะไรก็ต้องคิดก่อนว่า สิ่งที่เราแชร์หรือก่อนที่เราจะทำอะไร มันได้ทำร้ายอะไรใครรึเปล่า

ขอขอบคุณ

ภาพ : Chin Surasirin, chorin_chin

ติดตาม Sanook! Campus

เลื่อนขึ้นไปบนสุด

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>