Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

หน้าหลัก > education > “แคนาดา“ หนึ่งในประเทศ..ที่น่าเรียนต่อปริญญาเอก

"แคนาดา" หนึ่งในประเทศ..ที่น่าเรียนต่อปริญญาเอก

  • (+ให้คะแนนบทความ)
  • เปิดอ่าน point ความคิดเห็น 1
S! Campus

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อพูดถึงการเรียนต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับปริญญาเอกนั้น แคนาดา น่าจะเป็นทางเลือกในอันดับต้น ๆ ทั้งชื่อเสียงที่ดีในเรื่องของระบบการศึกษา รวมทั้งความเป็นอยู่ แต่ทั้งนี้ การจะเรียนปริญญาเอกที่นี่ ก็มีเงื่อนไขที่จะต้องศึกษารายละเอียดอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ตั้งแต่เรื่องของเงื่อนไขการสมัคร ไปจนถึงเรื่องของการทำงานทั้งระหว่างเรียน และหลังจบการศึกษาเลยทีเดียว ทั้งนี้ Topuniversities.com ได้สรุปคำแนะนำในการเรียนต่อแคนาดาเบื้องต้นไว้น่าสนใจ ดังนี้

คุณสมบัติของสมัคร : ผู้ที่สนใจจะเรียนปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยของแคนาดา จะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นคือ
- จบการศึกษาในระดับปริญญาโท ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่จะศึกษาต่อ และมีผลการเรียนที่ดีพอที่จะศึกษาต่อ
- มีความสามารถทางด้านการใช้ภาษา ซึ่งไม่ได้หมายถึงภาษาแม่ แต่เป็นภาษาอื่น ที่เกี่ยวเนื่องกับสาขาที่ต้องการจะเรียน
- มีคะแนนการสอบ GMAT หรือ Graduate Management Admission Test และ GRE หรือ Graduate Record Examination ในระดับที่ผ่านเกณฑ์การศึกษาต่อ
- ในบางสาขาและบางกรณี ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก อาจจะไม่ต้องเรียนจบปริญญาโทก่อน แต่ต้องมีผลการเรียนที่ดีเลิศ ในสองปีการศึกษาสุดท้ายของปริญญาตรี หรือมีผลงานการวิจัย มีรางวัลที่โดดเด่น ที่ได้รับการเผยแพร่ต่อสาธารณะ

การเรียนปริญญาเอกที่แคนาดาใช้เวลาเท่าไหร่ : ในการเรียนระดับปริญญาเอกส่วนใหญ่ ในแคนาดา จะใช้เวลาประมาณ 4 – 6 ปี จึงจะสำเร็จการศึกษา

วิธีการสมัครเรียนปริญญาเอกในแคนาดา : แต่ละมหาวิทยาลับ ก็จะมีเงื่อนไขและรายละเอียดที่ต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว จะมีขั้นตอนที่ไม่ต่างกันมากนัก ดังนี้

- ตัดสินใจเลือกสาขาที่ต้องการสมัคร แนะนำตัวเอง และระบุหัวข้อการวิจัย ส่งไปให้ทางคณะกรรมการพิจารณาพร้อมกับเอกสารการสมัครอื่น ๆ
- สำหรับบางมหาวิทยาลัย อาจจะกำหนดหัวข้อการวิจัยไว้ให้แล้ว ก็ให้ทำโครงร่างการวิจัย พร้อมอธิบายถึงคุณค่าของงานวิจัยนั้น
- สมัครทางออนไลน์ พร้อมชำระค่าสมัคร โดยส่งไปพร้อมกับเอกาสารการสมัครอื่น ๆ ซึ่งมักจะประกอบด้วย

1. จดหมายที่บอกถึงรายละเอียดด้านการศึกษา อาชีพ ประสบการณ์ รางวัล การเป็นที่ยอมรับในสังคม ของตัวเอง ควรบอกเป้าหมายเกี่ยวกับอาชีพในอนาคต แต่ทั้งนี้ ควรเขียนให้กระชับไม่ยาวมากจนเกินไป
2. จดหมายรับรองสัก 2 หรือ 3 ฉบับ อาจจะเป็นจดหมายจากอาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา หรือในแวดวงอาชีพ สาขาที่เกี่ยวข้องที่ต้องการสมัคร
3. เอกสารแสดงผลการเรียน ใบรับรอง หรือใบปริญญา ซึ่งจะต้องเป็นเอกสารภาษาอังกฤษ
4. ตัวอย่างผลงานการเขียน ซึ่งส่วนมากจะใช้ในการสมัครเรียนในสาขาด้านศิลปะ หรือมนุษยศาสตร์
5. ประวัติการศึกษา และการทำงาน
6. ผลการทดสอบภาษาอังกฤษ
7. แฟ้มผลงาน และผลงานความคิดสร้างสรรค์ สำหรับผู้ที่สมัครเรียนสาขาด้านศิลปะ และมนุษยศาสตร์
8. บางมหาวิทยาลัย อาจจะมีการขอสัมภาษณ์
9. เมื่อได้รับการตอบรับเข้าศึกษา ขั้นต่อไปก็ต้องติดต่อเพื่อขอ Study Permit ซึ่งก็เหมือนกันวีซ่านักเรียนนั่นเอง และบางมหาวิทยาลัย อาจจะต้องให้มีการทำประกันสุขภาพ

ค่าใช้จ่ายในการเรียน : ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนระดับปริญญาเอกในแคนาดา แตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่โดยมากนักศึกษาต่างชาติ จะต้องจ่ายแพงกว่านักศึกษาในประเทศถึง 2 เท่า
จะสามารถหาทุนได้จากที่ไหนบ้าง : ส่วนใหญ่การศึกษาในระดับปริญญาเอกนั้น จะมีทุนให้ซึ่งไม่เพียงแต่ให้กับนักศึกษาชาวเท่านั้น ยังมีทุนสำหรับนักเรียนต่างชาติด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับการให้ทุนนี้ สามารถค้นหาได้จากอินเทอร์เน็ต ได้แก่ทุน

- The Vanier Canada Graduate Scholarships
- The Pierre Elliott Trudeau Foundation Doctoral Scholarship
- The University of British Columbia Four Year Dictoral Fellowship

นักศึกษาจำนวนไม่น้อย นังเลือกที่จะหาเงินทุนช่วยเหลือการเรียนของตนเอง ด้วยการเข้าเป็นส่วนหนึ่งในทีมงานวิจัย หรือเป็นผู้ช่วยสอนในระหว่างเรียนได้ด้วย

สามารถทำงานชั่วคราวในระหว่างเรียนได้หรือไม่ : นักศึกษาที่สมัครเข้ามาเป็นแบบเต็มเวลา จะสามารถทำงานชั่วคราวได้ ทั้งในและนอกสถานศึกษา โดยมีกำหนดว่า ทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในช่วงที่เปิดภาคเรียน และในช่วงปิดภาคเรียน สามารถทำงานเต็มเวลาได้

หลังจบการศึกษาแล้วสามารถทำงานต่อได้หรือไม่ : เมื่อจบการศึกษาแล้ว สามารถที่จะหางานทำและอยู่ต่อในแคนาดาได้ โดยจะต้องขอใบอนุญาติ เรียกว่า Post-Graduation Work Permit Program หรือ PGWPP ซึ่งจะทำให้ สามารถอยู่ทำงานหารายได้หาประสบการณ์ต่อได้อีก 3 ปี และหากต้องการเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร ก็ต้องทำงานและมีประสบการณ์มากพอ ที่จะขอสมัครเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรต่อไปได้

ขอขอบคุณ

ภาพ : AFP

ติดตาม Sanook! Campus

เลื่อนขึ้นไปบนสุด

  1. 10 เมืองเป็นมิตร สำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเรียนต่อต่างประเทศ 10 เมืองเป็นมิตร สำหรับนักศึกษาไทยที่อยากเรียนต่อ…

    ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม ปี 2016 ถึงเดือนมกราคม 2017 ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของนักเรียน และผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาจากเมืองต่าง ๆ จำนวนมากกว่า 18,000 คน

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>