Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

หน้าหลัก > education > วิธีขอวีซ่านักเรียนของสหรัฐอเมริกา

วิธีขอวีซ่านักเรียนของสหรัฐอเมริกา

  • (+ให้คะแนนบทความ)
  • เปิดอ่าน point ความคิดเห็น 0
S! Campus

สนับสนุนเนื้อหา

หากคุณต้องการจะเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ใช่คนอเมริกัน คุณจำเป็นจะต้องมี หรือ Student visa ซึ่งการของวีซ่านักเรียนในสหรัฐอเมริกานั้น เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา และคุณจะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่ครอสการเรียนของคุณจะเปิดสอน อย่างน้อย 3 ถึง 5 เดือน


ขั้นตอนในการของวีซ่านักเรียนของอเมริกานั้น มีหลายขั้น ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว จะมีขั้นตอนหลัก ๆ อยู่ 5 ขั้น ดังนี้
1. จะต้องสมัคร และได้รับการตอบรับจาก SEVP หรือ Student and Exchange Visitor Program ซึ่งให้การรับรองโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา
2. ชะระเงินค่าธรรมเนียมให้กับ SEVIS หรือ Student and Exchange Visitor Information System
3. กรอกข้อมูลเพื่อยื่นของวีซ่านักเรียน พร้อมรูปถ่าย
4. ชำระค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
5. รอการนัดหมายเพื่อเข้าสัมภาษณ์

ทั้งนี้ ขั้นตอนทั้ง 5 ขั้นก็มีรายละเอียดปลีกย่อย ดังนี้
- การสมัคร SEVP : ผู้สมัครซึ่งเป็นนักเรียนต่างชาตินั้น จะต้องเลือกสถาบันการศึกษา และโปรแกรมการศึกษา ที่ได้รับการรับรองจาก SEVP ซึ่งเป็นการรับรองโดยรัฐบาล การเลือกสถาบันที่ได้รับการรับรองนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการที่จะได้รับวีซ่า เนื่องจากระบบมหาวิทลาลัยของอเมริกานั้น ไม่เหมือนประเทศอื่น ซึ่งเป็นระบบที่มหาวิทยาลัยกลาง แต่ของอเมริกันนั้น นักเรียนนักศึกษา จะต้องสมัครแต่ละสถาบันด้วยตนเอง ยื่นใบสมัครสถาบันที่สนใจ แยกเป็นแห่ง ๆ ไป แต่ละแห่งก็จะมีเงื่อนไขในการรับ และกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครแตกต่างกันไป จำนวนเงินประกันก็ต่างกันไป เมื่อได้รับการตอบรับจากทางสถาบัน แล้ว ข้อมูลก็จะไปที่ระบบ SEVIS และผู้สมัคร จะได้รับเอกสารที่เรียกว่า I-20 ในกรณีที่จะสามารถขอวีซ่า ชนิด F หรือ M และเอกสารที่เรียกว่า DS-2019 สำหรับการขอวีซ่าชนิด J

- การชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ต้องชำระอย่างน้อย 3 วัน ก่อนที่จะยื่นขอวีซ่าสหรัฐอเมริกา ในการชำระเงินนั้น จะต้องมีการกรอกข้อมูล ทั้งออนไลน์ และในกระดาษ ซึ่งจะผ่านไปยังหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ที่เว็บไซต์ SEVP ในการกรอกข้อมูลนี้ ต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่า เป็นแบบฟอร์มของ I-20 หรือ DS-2019 โดยค่าธรรมเนียมนั้นจะอยู่ที่ 200 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับวีซ่าชนิด F และ M และ 180 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับวีซ่าชนิด J เมื่อกรอกข้อมูลและชำระค่าธรรมเนียบเรียนร้อยแล้ว จะต้องพิมพ์เอกสารออกมาเป็นหลักฐานการชำระเงินด้วย

- กรอกข้อมูลเพื่อยื่นของวีซ่า เมื่อได้รับเอกสาร SEVIS และชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนัดหมายกับสถานทูตอเมริกัน ในประเทศที่เราอยู่อาศัย เพื่อยื่นขอวีซ่านักเรียน และจะเป็นการดี หากยื่นขอเสียแต่เนิ่น ๆ เพราะระยะเวลากว่าจะได้รับนั้น อาจจะนานถึง 120 วัน ในการขอวีซ่านั้น จะต้องกรอกข้อมูลในเอกสาร DS-160 ซึ่งจะมีข้อมูลหลัก ๆ ที่ต้องกรอก ได้แก่

• ชื่อ วันเดือนปี เกิด
• ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์
• รายละเอียดในหนังสือเดินทาง
• รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทาง และบริษัทผู้ดำเนินการเรื่องการเดินทาง
• รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางเข้าไปในสหรัฐก่อนหน้านี้ ถ้ามี
• ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ในอเมริกา
• ประวัติครอบครัว การทำงาน และประวัติการศึกษา
• ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัย และข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ
• หมายเลข ID SEVIS และที่อยู่ของโรงเรียนที่จะเข้าศึกษา
• นอกจากนี้ ยังจะต้องส่งรูปถ่ายปัจจุบันในฟอร์แมทที่กำหนดเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์

- ชำระค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ซึ่งเรียกว่า MRV fee หรือ Machine Readable Visa Fee ในขั้นตอนนี้ ให้อ่านและทำความเข้าใจอย่างละเอียด เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ซึ่งโดยปกติแล้ว เงินที่ชำระไป ไม่สามารถขอคืนได้ วิธีการชำระที่ใช้กันอยู่มี 3 วิธีคือ ชำระผ่านทางธนาคาร ชำระทางโทรศัพท์ และชำระผ่านทางออนไลน์

- นัดหมายเพื่อการเข้าสัมภาษณ์ เป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังการชำระ MRV fee และต้องนำหลักฐานการชำระเงินมาแสดงเพื่อการขอสัมภาษณ์ ขั้นตอนนี้ มักทำให้หลาย ๆ คนกังวล จึงต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยเตรียมเอกสารดังนี้

• หนังสือเดินทางที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
• เอกสาร I-20 หรือ DS-2019 ที่ SEVIS ลงนาม
• แบบฟอร์ม DS-7002 สำหรับวีซ่า J-1
• ใบเสร็จค่าธรรมเนียม SEVIS
• เอกสาร DS-160 พร้อมบาร์โค้ด และหมายเลข ID
• ในเสร็จค่าธรรมเนียม MRV
• เอกสารการนัดหมายการสัมภาษณ์
• รูปถ่าย ตามที่กำหนด

นอกจากเอกสารข้างต้นแล้ว ผู้ขอวีซ่า ควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ไปด้วย
• ใบแสดงผลการเรียน เอกสารการศึกษาที่จบมา
• คะแนนสอบ TOEFL, LSAT, GRE และ GMAT เป็นต้น
• หลักฐานการเงินของผู้ที่จะรับผิดชอบค่าใช่จ่ายในการเรียน และการดำเนินชิวิต ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกา
• เอกสารส่วนตัว อาทิ ทะเบียนสมรส ใบเกิด เอกสารระบุประเภทของวีซ่า และเอกสารส่วนตัวอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น

- การเข้าสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่า ขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่มีความจะเป็น เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องตัดสินว่า คุณมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับวีซ่านักเรียนหรือไม่ วีซ่าชนิดไหน จะเหมาะสำหรับคุณ ควรเตรียมคำตอบ เกี่ยวกับประเทศบ้านเกิด ทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ ประวัติการศึกษา โปรแกรมที่จะเข้าเรียนในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลทางการเงิน เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ ก็จะได้รับทราบกำหนดการที่จะได้รับวีซ่า ซึ่งจะใช้เวลาแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ สำหรับวีซ่า F-1 และ M-1 ส่วนใหญ่ จะได้รับในเวลา 120 วัน แต่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐ ก่อนเวลาเริ่มต้นที่ระบุในวีซ่าได้ล่วงหน้า 30 วัน
อย่างไรก็ตาม มีคำแนะนำว่า แม้จะได้กำหนดการรับวีซ่ามาแล้ว แต่ก็ยังไม่ควรรีบซื้อตั๋วเครื่องบิน ควรรอจนกระทั่งวีซ่ามาถึงมือก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้

ขอขอบคุณ

ภาพ : istockphoto

ติดตาม Sanook! Campus

เลื่อนขึ้นไปบนสุด

  1. สหรัฐฯ เสนอให้นักเรียนต่างชาติต่ออายุวีซ่าทุกปี สหรัฐฯ เสนอให้นักเรียนต่างชาติต่ออายุวีซ่าทุกปี

    กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ (Homeland Security) กำลังพิจารณาข้อเสนอที่จะให้นักเรียนต่างชาติที่มาศึกษาต่อในสหรัฐฯ ต้องทำเรื่องขอต่ออายุวีซ่าเป็นประจำทุกปี

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>