ล้วงลึก..ถึงหัวใจ 3 หนุ่ม "เดือนเกี้ยวเดือน" กับมุมมองชีวิตและความรักบนโลกแห่งความจริง

ล้วงลึก..ถึงหัวใจ 3 หนุ่ม "เดือนเกี้ยวเดือน" กับมุมมองชีวิตและความรักบนโลกแห่งความจริง

ล้วงลึก..ถึงหัวใจ 3 หนุ่ม "เดือนเกี้ยวเดือน" กับมุมมองชีวิตและความรักบนโลกแห่งความจริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เป็นที่รู้กันว่าช่วงนี้กระแส “ชายรักชาย” กำลังเป็นที่จับตามองอยู่ตลอด เนื่องด้วยกลุ่มคนสมัยนี้เริ่มเปิดใจยอมรับมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มสาวๆที่เรียกตัวเองว่า “สาววาย” ที่ชื่นชอบในการเห็นเพศเดียวกันรักกันและพร้อมจะสนับสนุนตลอดเวลา ทำให้มีละครและซีรี่ส์แนวชายรักชายออกมามากขึ้น หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “เดือนเกี้ยวเดือน” ที่แสดงนำโดย หนุ่มก็อต อิทธิพัทธ์ ในบท หมอป่า และ หนุ่มบาส สุรเดช ในบท วาโย


ซึ่งในวันนี้ทาง Sanook! Campus จะขอเอาใจแฟนคลับเรื่องนี้กันสักหน่อย ด้วยบทสัมภาษณ์สุดพิเศษของ 3หนุ่ม 3มุม อย่าง ก็อต คิมม่อน และ เต้ ที่จะมาเปิดเผยถึงชีวิตก่อนที่จะเข้ามาในวงการบันเทิง พร้อมแนวความคิดในเรื่อง ชายรักชาย

เรามาเริ่มกันที่หมอป่ากันกันดีกว่า ก็อต อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์ ชายหนุ่มที่ได้รับบทเป็นพระเอกสุดหล่อ ซึ่งหนุ่มคนนี้เป็นตัวเก็งตั้งแต่รอบออดิชั่นเลยค่ะ ด้วยความที่ตัวสูง หุ่นดี และใบหน้าที่มีเอกลักษณ์ทำให้เป็นที่สนใจของแฟนๆ ปัจจุบันเรียนอยู่ที่ คณะนิเทศศาสตร์ ภาคประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)

g1
ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์
จริงๆผมย้ายมาหลายคณะอยู่ครับ ด้วยความที่เคยทำงานนายแบบมาก่อนเลยพยายามหาสายเรียนที่ใกล้เคียงที่สุด ตอนแรกจะเข้านิเทศศิลป์แต่เหมือนตอนนั้นเขายังไม่เปิด ผมเลยไม่รู้จะเรียนอะไรเลยไปลองเรียนบริหารก่อนว่าจะไหวไหม สรุปไม่ไหวเพราะไม่เก่งเลขครับ

หลังจากนั้นก็ย้ายมาเรียนนิเทศศิลป์ เรียนไปบ่นไป ไม่อยากวาดรูปแล้ว เลยมาเรียนนิเทศศาสตร์แต่ยังไม่ได้เลือกภาคนะครับ พอเรียนก็มาเจออาจารย์ที่ทำงานด้านเอเจนซี่พอดี เขาก็ชวนไปเดินแบบ

พอไปหลายๆครั้ง เริ่มจะรู้ว่าเขาจะมีออแกไนซ์เวลาจัดงาน เลยคิดว่าถ้าเราเรียนประชาสัมพันธ์ อาจจะไม่ตรงมากแต่อนาคตเราต้องเจอบริษัทออแกไนซ์ เขาอาจจะเรียกเราไปทำงานเป็นนายแบบอะไรแบบนี้ครับ เพราะส่วนใหญ่เวลาจัดงานอีเว้นท์เขาอาจจะต้องใช้นายแบบครับ เลยคิดว่าถ้าไปเรียนประชาสัมพันธ์เราอาจจะได้คอนเนคชั่นในการทำงานมากขึ้นครับ

ดูเป็นคนวางแผนชีวิตและวางอนาคตได้ดี
ไม่เชิงหรอกครับจริงๆมันลงล็อคมากกว่า คือตอนแรกผมก็ยังงงๆว่าทำอะไรดี แต่พอเริ่มทำงานนายแบบ ผมก็เริ่มมองดูว่าคณะไหนมันจะเหมาะกับเรามากกว่าครับ

ความฝันที่นอกเหนือจากงานในวงการบันเทิง
ฝันไปเรื่อยครับ 555 ตอนแรกที่เข้ามาเรียนเอแบคเพราะอยากเป็น “สจ๊วต” ครับ ที่บ้านอยากให้เป็นแล้วรายได้ก็ดี แต่พอเข้ามาเรียนเราก็มีเพื่อนที่อยากเป็นสจ๊วตเหมือนกัน เขาบอกว่ามันก็ไม่ง่ายนะ ต้องทดสอบด้านภาษาผมเลยไม่เอาละ ไม่อยากเตรียมตัวสอบ เลยเปลี่ยนมาเรียนสายนิเทศแทนครับ

ถึงแม้หนุ่มก๊อตจะบอกว่าไม่ได้วางแผนอะไรเท่าไหร่แต่จริงๆแล้วก็เป็นคนมองการณ์ไกลคนหนึ่งเลยทีเดียว เอาละ! ต่อไปเรามาคุยกันเรื่องผลงานบ้างดีกว่า แค่เรื่องแรกก็ต้องรับบทเป็นชายรักชายแล้ว ทำไมถึงเลือกมาเล่นบทนี้

ทำไมถึงเลือกที่จะมาเล่นหนังวาย แล้วเราต้องเตรียมตัวหรือปรับตัวอะไรเป็นพิเศษ
ผมอยากท้าทายตัวเองครับ อยากรู้ว่าเราทำได้ไหม จริงๆผมมองว่ามันเป็นงานแสดงที่ค่อนข้างยาก เพราะซีรี่ย์วายส่วนใหญ่มันไม่เชิงออกสาวขนาดนั้นแต่มันซับซ้อนด้านอารมณ์มากกว่านั้นครับ ส่วนตัวผมไม่เคยรับงานแสดงมาก่อนเลยไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวยังไงมีแค่ workshop แล้วหนังจากนั้นก็เรียนรู้จากในกองเลยครับ คือมันได้อะไรเยอะมากจริงๆครับ

คิดยังไงกับความรักแบบ “ชายรักชาย”
ผมไม่ได้มีความรู้สึกแอนตี้เลยครับ เพราะผมก็มีเพื่อนมีรุ่นพี่ที่มีความรักแบบนี้เยอะมาก ซึ่งผมเห็นเขาเป็นเพื่อนเขาก็เห็นเราเป็นเพื่อน ผมเลยคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติมากครับ

เคยมีผู้ชายมาจีบไหม
มีบ้างครับ จะมีมาเยอะตอนช่วงเป็นนายแบบครับ ผมก็คุยได้ถ้าเขามาดีแนวเพื่อนแนวพี่ชาย แต่ถ้าเขาเริ่มพยายามเข้าหาเรามากขึ้น ผมก็จะทำเป็นไม่รู้เรื่อง วางตัวปกติครับ

สเปคผู้หญิงที่ชอบ
จริงๆไม่ตายตัวครับ ผมชอบคนที่ประทับใจในครั้งแรกมากกว่าครับ เจอแล้วอาจจะเริ่มจากหน้าตาส่วนหนึ่งแต่ถ้าเจอครั้งแรกแล้วรู้สึกไม่โอเคก็ไม่คุยต่อครับ ผมรู้สึกว่าผู้หญิงจะมีอะไรบางอย่างที่เรามองเห็นได้คนเดียวครับ

และเมื่อเราแอบถามวิธีการจีบของหนุ่มหล่อคนนี้ว่าใช้วิธีอะไรก็พบว่า ก็อต อิทธิพันธ์ เป็นคนที่ขี้อายพอสมควรเลย เพราะไม่เคยจีบผู้หญิงตรงๆ ฉะนั้นตัวช่วยหลักของงานนี้ ก็ต้องพึ่ง Social Media นั่นเอง ทีนี้เรามาพูดคุยถึงผลงานที่ผ่านมากันบ้างดีกว่า

พูดถึงผลงานที่ผ่านมาหน่อย
ส่วนมากจะเป็นนายแบบมาก่อนครับ ผมไปประกวดเป็น 1 ใน 50 หนุ่มคลีโอด้วยครับ แล้วก็มีถ่ายนิตยสารบ้างล่าสุดเพิ่งถ่ายคอลัมน์ของฟิตเนสครับ มีถ่ายโปรโมท Pizza Company ระยะหนึ่ง และก็งานการแสดงเรื่องแรกคือเดือนเกี้ยวเดือนครับ

นอกจากนี้เมื่อถามว่าจะมุ่งมาทางสายงานบันเทิงอย่างเดียวเลยใช่ไหม หนุ่มก็อตก็ทำให้เราแอบยิ้มกับคำตอบ “ใช่ครับ ก็จนกว่าจะไม่มีอะไรให้ผมทำ 55” เอาละ! ผ่านไปแล้วนะคะกับบทสัมภาษณ์ของหมอป่า ในชีวิตจริงก็มีความเป็นหมอป่าอยู่หน่อยๆนะเนี่ย

มาต่อกันด้วย “มิ่งขวัญ” ที่รับบทโดย คิมม่อน วโรดม เข็มมณฑา ซึ่งเรียนจบจาก คณะครุศาสตร์ เอกคอมพิวเตอร์สื่อสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี หลายคนอาจจะสงสัยว่าเรียนครูมาแต่ทำไมถึงเลือกมาทำงานด้านการแสดง เรามารับรู้ไปด้วยกันเลยค่ะ


ทำไมถึงเลือกเรียนครุศาสตร์
มันจะดราม่านิดหน่อยครับ คือพ่อแม่อยากให้ผมรับราชการ เพราะตระกูลของผมเขารับราชการมาหมดเลยทั้ง ทหาร ตำรวจ แล้วผมก็พยายามสอบทหารมาตั้งแต่ ม.3-4 แต่ด้วยความที่ใจไม่ค่อยรักเลยไม่อ่านหนังสือ ไปสอบแบบขอไปที แต่พอโตขึ้นก็เริ่มเห็นใจพ่อแม่ รู้สึกว่าไม่เคยทำอะไรให้พวกเขาเลย จึงเลือกมาเรียนครูดีกว่า ด้วยความที่ทำงานเป็นดีเจมาก่อนผมเลยเป็นคนชอบพูดครับ คิดว่าเป็นครูอย่างน้อยมันก็ได้พูดคุยกับเด็กๆก็ยังดี แต่พอเข้าไปสอนจริงๆมันมีรายละเอียดมากกว่านั้น ต้องทำงานด้านวิชาการแล้วเราไม่ถนัดเท่าไหร่ เลยตัดสินใจออกมาลองแคสงาน พอติดก็เริ่มตั้งใจเต็มที่ แล้วพ่อแม่ก็สนับสนุนเราเต็มที่เหมือนกันครับ

ปรับตัวยังไงกับสิ่งที่เราไม่ชอบ โดยถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องเรียน
ผมเป็นคนชอบคอมพิวเตอร์อยู่แล้วเลยเรียนได้ครับ จริงๆตอนเรียนแล้วมันก็รักอยู่ครับแต่ว่าตอนไปฝึกสอนช่วง ปี 5 รู้สึกว่าการเป็นครูมันมีอะไรที่เยอะแยะมากมาย เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนเลยรู้สึกไม่ค่อยชอบครับ

ทำไมถึงเลือกที่จะมาเล่นหนังวาย
ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นสิ่งที่เสียหาย ผมรู้สึกว่าเพศทุกเพศเหมือนกันหมด ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากคนอื่น แล้วผมก็มีเพื่อนที่หลากหลายด้วยครับ เลยรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรแตกต่างแค่มีความชอบในด้านความรักที่ไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง เลยรู้สึกว่า “ละครวาย” ก็คือ “ละครวัยรุ่น” ความรักทั่วไปที่น่าเล่นน่าสนใจมาก

ส่วนการเตรียมตัวผมเตรียมตัวเยอะมากๆ เพราะการเล่นละครวายเราต้องหลุดเข้าไปในบท เราต้องคิดว่าเราชอบผู้ชายคนนี้ ซึ่งมันยากกว่าการเล่นกับผู้หญิงนะครับ ต้องทำการบ้าน ฝึกสมาธิเยอะๆ ไม่ให้ตัวเองหลุดสมาธิในตอนเล่นครับ

เคยมีเพศเดียวกันมาจีบไหม
ตั้งแต่มัธยมถึงมหาวิทยาลัยจะโดนเพื่อนล้อว่า “คิมสเปคตุ๊ด” เพราะจะมีผู้ชายมาจีบตลอดเลยครับ อาจจะไม่เชิงมาจีบแต่จะเป็นแนวแฟนคลับมากกว่า ตอนมัธยมผมจะมีเพื่อนกลุ่มใหญ่มาก หน้าตาหล่อๆเป็นประธานนักเรียนแล้วแต่ละคนก็จะมีแฟนคลับสาวๆ แต่ผมจะเป็นพวกรุ่นน้องผู้ชายมาชอบเยอะ โดนล้อตลอดเลยครับ 555

ผลงานที่ผ่านมา
Part Time The Series และล่าสุดที่ผมได้แสดงนำเรื่องแรกคือเดือนเกี้ยวเดือนครับ

คิดว่าจะทำงานตามสายเรียนไหมหรือมุ่งในวงการบันเทิงอย่างเดียว
สิ่งที่ผมวางแผนไว้คือเราเข้ามาในวงการบันเทิง ต้องทำให้เต็มที่ให้สุดความสามารถที่เราจะทำได้พร้อมกับเก็บเงินไปด้วยครับ ผมอาจจะทำธุรกิจสักหนึ่งอย่างที่มองไว้คือ “อาหารคลีน” เพราะผมชอบอาหารคลีนอยู่แล้วเลยคิดว่าจะทำส่งเป็นเดลิเวอรี่ครับ

ทาง Sanook! Campus ก็ได้ขอคำแนะนำดีๆจากน้องคิมม่อนในเรื่อง “ความกดดันของครอบครัว” เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะมีปัญหานี้อยู่ อยากเรียนคณะนี้แต่ทางพ่อแม่อยากให้เรียนอีกคณะหนึ่ง โดยน้องคิมม่อนได้แนะนำว่า

คิมม่อน : ผมอยากให้ถามใจตัวเองให้ดีและรีบหาตัวเองตั้งแต่ ม.3-4 ได้ยิ่งดี เพราะถ้าเจอช่วง ม.6 หรือ ปี1 มันก็อาจจะไม่ทันแล้ว พยายามถามตัวเองว่าชอบสิ่งไหนที่สุด เพราะถ้าเลือกทางผิดมันอาจจะไม่โชคดีเหมือนผม ที่ผมได้กลับเข้ามาทำในสิ่งที่ชอบ แต่บางคนเลือกผิดก็จะรู้สึกแย่ไปตลอดจนถึงการทำงาน มันก็จะไม่มีความสุข ส่วนเรื่องคุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้คุยก่อน เพราะผมเชื่อว่าคุณพ่อแม่ยุคใหม่เข้าใจเด็กอยู่แล้ว บอกท่านไว้ตั้งแต่แรกว่าชอบอะไรท่านจะได้สนับสนุนถูกนะครับ

เดินทางกันมาถึงคนสุดท้ายแล้วกับบทสัมภาษณ์นักแสดงนำของซีรี่ส์วายชื่อดังอย่าง เดือนเกี้ยวเดือน ซึ่งคนสุดท้ายคือผู้ชายที่ได้รับบทเป็น รุ่นพี่เดือนวิศวะสุดหล่ออย่าง “โฟร์ท” ซึ่งผู้ที่ได้รับบทนี้ไปคือ เต้ ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์ ที่ปัจจุบันเรียนจบจาก คณะบริหารการตลาด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ก่อนจะเข้าเรื่องผลงานเรามาคุยกันที่เรื่องเรียนกันก่อนดีกว่า ว่าทำไมหนุ่มเต้ถึงเลือกเรียนคณะนี้


ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนี้
ผมก็เหมือนกับหลายๆคน คือผมยังไม่รู้ตัวเอง ไม่รู้จะเลือกอะไร แต่ตอนมัธยมผมเรียนสายศิลป์-คำนวณ แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็เรียนบริหารมา ผมเลยไปหาหนังสือมาดู ถามคนนั้นคนนี้บ้าง เลยตัดสินใจเลือกเรียนคณะนี้ครับ

เลือกเรียนทั้งๆที่เหมือนจะยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ เป็นยังไงบ้างคะ
ผมก็เรียนได้ครับ เพราะเป็นคนชอบเลข ชอบภาษาอังกฤษ แต่ไม่ได้รักถึงขนาดนั้น จริงๆเราก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่ารักอะไรมากกว่าครับ

ทำไมถึงชอบเรียนเลข
คุณแม่เป็นคนเก่งเลขครับ เขาชอบมาสอนแล้วผมก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่มีเหตุผล จับต้องได้ พิสูจน์ได้อะไรแบบนี้ครับ

ไปกันที่ความฝัน จริงๆแล้วความฝันของเราอยากออกแบบให้เป็นยังไง
ผมฝันว่าอยากจะประสบความสำเร็จครับ ดูแลพ่อแม่ได้ แต่ว่ายังไม่รู้ว่าจะใช้อะไรเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดนั้น ยังอยู่ในช่วงหาตัวเองอยู่ครับ แล้วเรื่องการแสดงก็ไม่ได้ชอบมาก่อน รู้สึกปิดกั้นด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าเป็นอะไรที่ไกลตัวมาก แล้วที่บ้านเราก็ไม่มีใครเป็นนักแสดง จนได้โอกาสไปเดินแบบก็มีเพื่อนชวนไปประกวดคลีโอ แล้วเขาเจอบทที่น่าจะเหมาะกับเราเพื่อไปเล่นภาพยนตร์ เลยไปลองดูครับ เลยรู้สึกเริ่มชอบมากขึ้น รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวมันคือ “ศิลปะ” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต

ยังเป็นคนหนึ่งที่เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงที่ค้นหาตัวเองไปเรื่อยๆ ลองทำหลายๆอย่าง เพื่อไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิต เอาละเรามาคุยเกี่ยวกับซีรี่ย์กันบ้างดีกว่า ว่ามีการเตรียมตัวยังไงบ้าง

คิดว่าการเล่นหนังวายแตกต่างจากหนังปกติไหม แล้วมีการเตรียมตัวยังไงบ้างคะ
แตกต่างอยู่แล้วครับเพราะมันเป็น ชายรักชาย รายละเอียดหลายๆอย่างมันก็จะต่างออกไป ผมก็พยายามทำการบ้านให้เยอะมากๆเช่น ดูแลร่างกาย ไปดูภาพยนตร์ ดูละครหลายๆแนว ไปอ่านนิยายเพื่อที่จะเข้าใจตัวละครให้มากขึ้น ประมาณนี้ครับ

คิดยังไงกับความรักแบบชายรักชาย เคยมีผู้ชายมาจีบไหม
ผมรู้สึกว่าคนเรามีความรักได้หมด รักแบบไหนก็ได้ไม่ว่าจะ ชายหญิง หญิงหญิง ชายชาย ไม่ได้ผิดแปลก อย่างผมชอบผู้หญิง แต่ไม่ได้รู้สึกว่าคนชอบผู้ชายเขาแปลกหรือผิดอะไรครับ ส่วนเรื่องมีผู้ชายมาจีบไหมจะน้อยมาก ส่วนมากจะเป็นปลื้มๆ ชื่นชมมากกว่า ไม่ได้มาจีบอะไรครับ

สเปคผู้หญิงที่ชอบ
ผมชอบคุยกับคนที่เป็นคู่คิดได้ ปรึกษาได้อะไรประมาณนี้ครับ

อัลบั้มภาพ 17 ภาพ

อัลบั้มภาพ 17 ภาพ ของ ล้วงลึก..ถึงหัวใจ 3 หนุ่ม "เดือนเกี้ยวเดือน" กับมุมมองชีวิตและความรักบนโลกแห่งความจริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook