Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

หน้าหลัก > ulife > คุณเชื่อเรื่อง “พรหมลิขิต” ไหม

คุณเชื่อเรื่อง “พรหมลิขิต” ไหม

  • (+ให้คะแนนบทความ)
  • เปิดอ่าน point ความคิดเห็น 1
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

 istock-669832142

แพลตฟอร์ม “ความเชื่อ” ที่ว่า…ในโลกนี้มีคนนับล้าน แต่ทำไมเราถึงได้มาพบเจอกัน ทำให้หลายคนอดนึกถึงคำว่า “พรหมลิขิต” ไม่ได้

เมื่อวันก่อนเราคงได้เห็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวของคู่รักนักศึกษาที่เกิดวันเดียวกัน เสียชีวิตวันเดียวกัน ในเวลาไล่เลี่ยกัน และมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คล้ายกัน จนทั้งคนในครอบครัวของทั้งคู่และหลายคนที่ได้ทราบเรื่องนี้ต่างก็บอกว่า “พรหมลิขิต” ให้ทั้งคู่ได้มาเจอกัน เป็น “บุพเพสันนิวาส” ของกันและกัน

แปลกแต่จริง เรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต บางทีวิทยาศาสตร์ก็ไม่อาจหาคำตอบที่ชัดเจนให้ได้

อาจเป็น “ความบังเอิญ” หากแต่ในทางพุทธศาสนา “ไม่มีคำว่าบังเอิญ” ทุกสิ่งที่เกิดล้วนมีเหตุทั้งสิ้น และไม่ใช่แค่การพบเจอเนื้อคู่ หากแต่การพบเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติ เพื่อน หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ครู ลูกศิษย์ สามี ภรรยา หรือแม้แต่ชู้ ล้วนมี “กรรม” เป็นตัวกำหนด ให้แต่ละชีวิตได้มีส่วนมาเชื่อมโยง พบเจอ เป็นมิตร เป็นศัตรู และเมื่อหมดกรรมต่อกันก็จากกันไป

แต่ถ้าจะเจาะจงว่า “เหตุ” ที่ทำให้คนเราได้มาพบเจอกันนั้นคืออะไร

หากจะหาเหตุผลมารองรับ ก็น่าจะเป็นเรื่องของ “ความเชื่อ” ของแต่ละบุคคลมากกว่า

บางคนเชื่อว่าเป็นเพราะพรหมลิขิต ในขณะที่บางคนก็ไม่ได้เชื่อแบบนั้น

สำหรับผู้เขียนมองว่า ไม่ว่าคนเราจะเจอกันด้วยเหตุใดก็ตาม แต่เรื่องราวหลังจากที่เจอกันแล้วต่างหากที่ น่าติดตามตอนต่อไป

เรื่องราวหลังจากเจอ… “ตัวเรา” นี่แหละที่เป็นผู้กำหนด ซึ่งรายละเอียดในชีวิตของแต่ละคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทุกคนคือ “ตัวเอก” ในชีวิตของตัวเอง ส่วนคนที่พบเจอคือ “ตัวประกอบ”

1520258407_94148_108704_2-768

ความสนุกอย่างหนึ่งของชีวิตก็มาจากเจ้า “ความเชื่อ” นี่แหละ เพราะมนุษย์ได้นำมันไปต่อยอดในแขนงต่างๆ อาทิ วัดบางแห่งที่มีพิธีสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา แก้กรรม ผูกดวง ฯลฯ หรือเกิดเป็นอาชีพหมอดู ที่พัฒนามาจนใช้โปรแกรมอัตโนมัติกันได้แล้ว เราจึงได้ “ดูดวง” ผ่านโลกออนไลน์กันมากขึ้น

ยิ่งในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ความเชื่อต่างๆ เหล่านี้ก็ได้ถูกมนุษย์หยิบมาพัฒนาต่อจนกลายเป็นแอปพลิเคชัน เรื่องที่ฮิตสุดๆ ก็ไม่พ้นเรื่อง “ความรัก” เกิดเป็นบริษัทจัดหาคู่ขึ้นมากมายทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งบางบริษัทก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง เช่น แอปฯ หาคู่ Tinder ที่สร้างเม็ดเงินให้เจ้าของบริษัทเป็นหลักแสนล้าน โดยแอปฯ ดังกล่าวเปิดโอกาสให้คนสองคนได้ทำความรู้จักกันทางโลกออนไลน์ และพัฒนาแอปฯ จากการสังเกตพฤติกรรมของมนุษย์

อันที่จริง กลไกในการดำเนินความสัมพันธ์ล้วนมีส่วนประกอบทั้งจากการพิสูจน์ผ่านงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ และความเชื่อตามหลักศาสนาแต่ละศาสนา

หากจะมุ่งประเด็นมาที่เรื่อง “คู่ครอง” ในทางวิทยาศาสตร์ก็มีนักวิจัยที่ได้ทำการสำรวจเรื่องนี้มาแล้ว อย่าง “แมทธิว เคลเลอร์” นักวิจัยทางพันธุกรรมและพฤติกรรมแห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด ที่ได้เผยงานวิจัยจากการสำรวจกลุ่มคู่สมรสในอเมริกา พบว่า หลายๆ คู่มีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกันมาก หรือในงานวิจัยของ “แมทธิว โรบินสัน” นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ที่ได้สำรวจข้อมูลของคู่สมรสกว่าหมื่นคู่ในทวีปยุโรป พบว่า การที่คนเราจะตัดสินใจแต่งงานกับใครสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการศึกษาจากพฤติกรรม นิสัย ลักษณะทางกายภาพ ความสูง บางคนศึกษากระทั่งดัชนีมวลกายกันเลย

ส่วน “คู่ครอง” ในทางพุทธศาสนา เมื่อการพบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เราจึงได้พบเจอคนมากมาย ซึ่งเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า คนที่เพิ่งพบเจอนั้นเป็นคนเช่นไร จนกว่าจะได้คบหรือเรียนรู้กัน

จะกล่าวว่าพระพุทธเจ้าทรงมองเห็นวัฏฏะของมนุษย์ผู้ยังมีกิเลสจนทะลุก็ได้ เพราะในคำสอนของพระองค์มีวิธี “เลือก” คู่ครองที่เหมาะสมด้วย โดยพิจารณาจากการมี ศีล ศรัทธา ปัญญา และ จาคะ (ความเสียสละ) ที่เสมอกัน คำว่า “เสมอกัน” คือ ร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน

 1520258692_79427_108704_3-768

การได้ใช้ชีวิตกับ “คู่ครองที่ดี” ย่อมมีความสุข อาจมีเรื่องไม่เข้าใจหรือทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็จบลงด้วยดี ในภาพรวมคืออยู่ด้วยแล้วชีวิตสงบสุข ร่มเย็น ส่งเสริมกันไปในทางที่ดี มีความเข้าใจกัน เสียสละ เมตตา และเอื้ออาทรต่อกัน

และไม่ว่าจะเป็นเพราะ “พรหมลิขิต” หรือไม่ก็ตาม ที่ทำให้เราได้เจอใครสักคน ที่ไม่ใช่แค่คู่ครองหรือคนรัก

หากเป็นไปได้ก็ทำดีต่อกันไว้ หรือถ้าทำดีต่อกันไม่ได้ ก็แค่อย่าทำชั่วต่อกันก็พอ

เพราะชีวิตนั้นแสนสั้น ต่างก็ “เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป” อยู่ที่เราจะฝากอะไรไว้ให้คนเขาพูดถึง

ขอขอบคุณ

ภาพ : istock

ติดตาม Sanook! Campus