Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

หน้าหลัก > ulife > 10 ข้อเด็ดต้องลองทำก่อนอ่านหนังสือ

10 ข้อเด็ดต้องลองทำก่อนอ่านหนังสือ

  • (+ให้คะแนนบทความ)
  • เปิดอ่าน point ความคิดเห็น 0
www.eduzones.com

สนับสนุนเนื้อหา

book

10 วิธีเด็ดที่ควรลองทำก่อนอ่านหนังสือ 

1. เปลี่ยนความต้องการให้เป็นเป้าหมาย - ย้อนกลับไปดูข้อ 1 ข้างบนครับ คำว่าความต้องการยังคงเป็นสิ่งที่ดูเลื่อนลอย การเปลี่ยนมันให้เป็นเป้าหมายที่แน่ชัด ทำให้เรารู้ทิศทาง ต่อจากนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไร เราจะไม่ลืมเป้าหมายนี้ มันจะคอยย้ำเตือนน้องให้รู้เสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่ และกำลังมาถูกทางหรือเปล่า เราจะต้องเข้าไปเรียนคณะแพทย์ ที่จุฬาฯ ให้ได้ หลังจากที่น้องจำความรู้สึกแรงกล้าครั้งนี้ได้แล้ว น้องจะไม่ลังเลอีกต่อไป

2. จงจินตนาการความสำเร็จ - จินตนาการให้เห็นทุกอย่าง ทั้งภาพ รส กลิ่น เสียง จงนึกถึงความสำเร็จในชีวิตที่ผ่านมาของเรา นำมันมาสร้างเป็นภาพความสำเร็จของเราในครั้งนี้ น้องมองเห็นภาพที่ตนเองดีใจวิ่งไปกอดคุณพ่อคุณแม่หลังจากทำอะไรสำเร็จหรือเปล่า นึกถึงภาพที่ทุกคนฉลองความสำเร็จให้กับเราได้หรือไม่ จำไว้ให้ดีว่า คนเราจะประสบผลสำเร็จในแต่ละเรื่องถึง 2 ครั้ง คือ ในจินตนาการ และ ในความเป็นจริง

3. ถ้าขี้เกียจจะทำอะไร ให้เริ่มต้นที่ง่ายที่สุด - ถ้าวันไหนน้องเกิดความขี้เกียจอย่างหาที่สุดมิได้ มันคือความเกียจคร้านที่ข้าจะไม่ทำอะไรอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยพี่ขอให้ลุกขึ้นมาทำอะไรที่ง่ายเสียจนน้อง ๆ ไม่มีทางปฏิเสธว่าทำไม่ได้ อย่างเช่น อ่านหนังสือ 10 นาที, ทำการบ้าน 1 ข้อ แก่นหลักของเรื่องนี้คือ เราต้องแบ่งเรื่องที่ใหญ่ออกให้เป็นเรื่องที่เล็กครับ จงคิดอยู่ในหัวว่า ถ้าเราอ่านหนังสือได้ 10 นาที หรือทำการบ้านได้ 1 ข้อ นั่นคือเราทำสำเร็จแล้ว และหลังจากนั้น เราค่อยเริ่มต่อยอดความสำเร็จนี้ทีละนิด ๆ  แบ่งเป้าหมายย่อย ๆ ลงมาให้ชัดเจน

4. ทั้งวันวุ่นวาย ลดเป้าหมายให้เหลือ 3 อย่าง - พอถึงจุดนี้มีอะไรให้เราลงมือทำมากมายจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกวดวิชา ทบทวนหนังสือ ทำการบ้าน ข้อสอบเก่า จำสูตร หรือเรื่องอื่น ๆ อย่าง ไปหาเพื่อน กินข้าว ไปเที่ยว พี่แนะนำให้วัน ๆ นึง เรากำหนดสิ่งที่เราจะทำไว้ 3 อย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่นวันนี้ต้องไปกวดวิชา จงตั้งมั่นไว้ตั้งแต่เช้าว่า เราจะไปกวดวิชา ทบทวนที่เรียน และทำการบ้าน ในวันนั้น 3 อย่างนี้เท่านั้นที่เราต้องทำให้สำเร็จ อย่างอื่นช่างหัวไปก่อน ถ้าเราทำ 3 อย่างนี้ได้สำเร็จ อย่างอื่นที่เราทำได้ ก็เป็นกำไรแล้ว ถึงเวลานั้นเราก็รีแล็กซ์ตนเองได้

5. จดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น - ถ้าน้องกำลังเรียนกวดวิชา หรือทบทวนหนังสือ อย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวจงเก็บลงไปให้หมด ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน, หนังสือการ์ตูน, เอกสารวิชาอื่น หรือแม้แต่เครื่องเขียนที่ไม่ได้ใช้ อย่าให้สิ่งเหล่านี้มารบกวนเรา อย่าให้แม้แต่อยู่ในสายตา เพราะมันจะทำให้เราไขว้เขว แค่น้องเกลือกตาไปมองของอย่างอื่นระหว่างเรียนก็ถือว่าเราเสียสมาธิแล้ว

6. สร้างข้อจำกัดให้ตนเอง - มันยากเกินไปที่จะเอาสิ่งผ่อนคลายออกไปจากชีวิตเราหมด น้องยังอยากเล่นเกม อยากอ่านการ์ตูน อยากดูบอล อยากดูซีรีส์ อยากอ่านนิยาย อยากเล่นเน็ต บลา ๆ ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผ่อนคลายเราได้ ถ้าเราเสพใช้ไม่เกินพอดี สร้างข้อจำกัดให้ตนเอง เราจะทำสิ่งเหล่านี้เฉพาะตอนเย็น เล่นเกมกี่ชั่วโมง นิยายกี่หน้า อ่านการ์ตูนกี่ตอน ถ้าน้องจำกัดตัวเองไม่ได้ ก็เหมือนหยดหมึกลงในมหาสมุทรแล้วมันก็จางหายไปต่อหน้าต่อตา การสร้างข้อจำกัดเหมือนเราหยดหมึกลงในแก้วน้ำใส ชัดเจนและเป็นรูปธรรมกว่ามาก

7. เอาโทรศัพท์ออกไปให้ไกลตัว - มีปัญหากับการเสพติดโทรศัพท์มือถือหรือเปล่า ลองทำอย่างที่แนะนำ เปิดปุ่มตั้งค่าขึ้นมา กดปิดเน็ตลงซะ กดปิดแจ้งเตือนลงไป เอากระเป๋าใส่หนังสือมาใช่ไหม เอาโทรศัพท์ยัดไว้กับหนังสือพวกนั้นซะ ทำไมถึงให้ทำแบบนี้เหรอ ลองมองชีวิตจริง ขั้นตอนที่เราเล่นโทรศัพท์คือ 1. หยิบ 2. เล่น ฟังดูเรียบง่ายเสียเหลือเกิน ประเด็นคือการทำให้มันยากขึ้นครับ ถ้าทำที่พี่บอก เราจะต้อง 1. หยิบกระเป๋า 2. หาโทรศัพท์ 3. หยิบ 4. เปิดเน็ต 5. เปิดการแจ้งเตือน 6. เล่น ขั้นตอนที่เยอะ และซับซ้อนกว่า จะทำให้เราขี้เกียจหยิบมันขึ้นมาเล่น และกลับสู่เรื่องเดิมได้

8. ตัดเรื่องที่เสียเวลาออกจากชีวิต - น้องมีปัญหาเหล่านี้หรือเปล่า เล่นเกมออนไลน์จนเวลาหมด เมาธ์แตกกับเพื่อนไม่หยุด เปิดโซเชียลเน็ตเวิร์กเลื่อนไปจนกว่าจะถึงสัปดาห์ที่แล้ว สื่งเหล่านี้มีแต่ทำให้เราเสียเวลาอย่างไร้ค่าเป็นอย่างมาก ให้เลิกทำสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างแรกของวัน เพราะมันจะทำให้น้องไม่เป็นอันทำอะไรเลยตลอดทั้งวัน เอาเกมออนไลน์นั้นออกไปจากเครื่องซะ (เกมออนไลน์มีแนวโน้มทำให้เราผละออกจากโต๊ะได้ยากกว่าอย่างอื่น) ปิดการแจ้งเตือนทุกแอปให้หมด จงจำไว้ว่า การไม่มีเกม คือการไม่เล่นเกม การไม่มีสิ่งรบกวน คือการไม่ถูกรบกวน

9. หาวิธีผ่อนคลายที่เหมาะสม - เลือกทำแต่สิ่งที่เราควบคุมได้ เช่นอย่างอื่น เราจะอ่านเพียงบทเดียว หรือตอนเดียว การดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ เราจะดูเพียงแค่จบตอนนี้เท่านั้น หรือเล่นเกม เราจะเล่นให้จบเพียงแค่ช่วงเดียว อย่าหย่อนยานเด็ดขาด เพราะเมื่อน้องหลวมตัว มันคือความพ่ายแพ้ที่น่าอดสูที่สุดที่เรียกว่า การแพ้ภัยตนเอง

10. มองโลกในแง่ดีเสมอ - ทุกครั้งที่อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง อย่าสิ้นหวังกับเรื่องที่ผ่านไป ให้มองว่า ดีแล่วที่เราเจอหัวข้อที่ไม่แน่ใจตั้งแต่ตอนนี้ หลังจากนั้นค่อยคิดว่าควรทำอย่างไร อ่านใหม่ หรือถามเพื่อน ถามอาจารย์ หรืออย่างเช่นตอนที่ทำโจทย์ไม่ถูก อย่ามัวแต่เศร้าที่ทำเรื่องสะเพร่า ให้เราคิดว่า โชคดีจริง ๆ ที่เราพบข้อผิดพลาดตอนนี้ ถ้ามาพลาดตอนสอบต้องเจ็บใจแน่ ๆ หลังจากนั้นก็อย่าลืมบันทึกจุดที่ผิดไว้ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เราทำพลาดเป็นครั้งที่สอง จงจำไว้ว่าการมองโลกในแง่ดี ไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่เป็นการทำให้ร่างกาย และจิตใจของเราไม่ทรมาน ไม่เจ็บปวดจากความคิดแง่ลบ

ขอขอบคุณ

ภาพ : istockphoto

ติดตาม Sanook! Campus

เลื่อนขึ้นไปบนสุด

  1. เทคนิคการอ่านหนังสือแบบนักเรียนญี่ปุ่น เทคนิคการอ่านหนังสือแบบนักเรียนญี่ปุ่น

    แบ่งปันวิธีการอ่านหนังสือแบบคนญี่ปุ่นดูเพราะตั้งแต่ดิฉันมาเรียนที่ญี่ปุ่น ก็สังเกตได้ว่านักเรียนญี่ปุ่นมีเทคนิคการอ่านหนังสือที่น่าสนใจที่เด็กไทยอย่างเราสามารถนำไปปรับใช้ได้ไม่มากก็น้อย

  2. 4 เทคนิคอ่านหนังสือของ “นิวตัน“ 4 เทคนิคอ่านหนังสือของ “นิวตัน“

    เทคนิคการอ่านหนังสือของ นิวตัน ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการอ่านได้

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>