5 อาหารที่ทำให้เราส่งกลิ่น

5 อาหารที่ทำให้เราส่งกลิ่น

5 อาหารที่ทำให้เราส่งกลิ่น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ว่าเราจะพยายามเพียงแค่ไหน อย่างไรเสียก็มีอาหารบางประเภทที่มีกลิ่นติดจมูก ถ้าอยากสร้างความประทับใจกับเนื้อตัวหอมๆ หลีกเลี่ยงของพวกนี้ดีกว่านะจ๊ะ

ทุเรียน
ทุเรียนอาจเป็นผลไม้ชนิดเดียวในโลกที่มีคนรักมากพอๆ กับคนที่เกลียดชังมันเข้าไส้ หากคุณอยู่ในกลุ่มแรก คุณอาจเข้าใจความอร่อยของ "ราชาผลไม้" ได้ไม่ยาก แต่สำหรับคนเกลียดทุเรียนแล้ว กลิ่นอันร้ายกาจของมันอาจทำให้คุณต้องส่ายหน้าหนี ในโลกเราก็มีสถานที่หลายแห่งที่ห้ามนำทุเรียนเข้ากันเลยทีเดียว

มาพูดถึงกลิ่น ผลไม้หนามแหลมชนิดนี้ประกอบไปด้วยสารระเหยถึง 39 ชนิด รวมถึงซัลเฟอร์ต่างๆ ที่อาจเป็นตัวการกลิ่นตุๆ หากคุณกินทุเรียนเพียงหนึ่งเม็ด อาจมีกลิ่นปากได้เป็นชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ ดร. ทรงพล สมศรี จากสถาบันวิจัยพืชสวน ก็พยายามเพาะพันธุ์ทุเรียนที่ไม่มีกลิ่นอยู่ เพื่อต้านกระแสเกลียดทุเรียน

หน่อไม้ฝรั่ง
อาหารบางชนิดทำให้กลิ่นปากของเราตุๆ บางชนิดส่งกลิ่นออกมาผ่านรูขุมขนของเรา ส่วนหน่อไม้ฝรั่งนั้นเป็นอีกจำพวกที่ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นคล้ายๆ กับกระหล่ำปลีเน่า ความจริงก็คือ ปรากฎการณ์หน่อไม้ฝรั่งสร้างกลิ่นยังคงเป็นปริศนาสำหรับนักวิทยาศาสตร์ แม้จะมีสารต้องสงสัยอาทิ S-Methyl, Thioesters และ Methanethiol แต่การระบุให้แน่ชัดเลยก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์สรุปได้ก็คือไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด คนทั่วไปร้อยละ 60-80 อาจกินหน่อไม้ฝรั่งแต่ไม่เคยได้กลิ่นดังกล่าว แต่กลิ่นนั้นมีอยู่จริงๆ คุณแค่ไม่มีประสาทรับรู้มันต่างหาก

กระเทียม
ขอบคุณฮอลลีวูดและหนังแวมไพร์ที่ทำให้เรารู้ว่ากระเทียมช่วยขับไล่แดร็คคูล่าได้ จะอย่างไรก็เถอะ ไม่มีกลิ่นอะไรจะติดหนึบได้เท่ากลิ่นกระเทียมอีกแล้ว หากอ้างอิงจาก Mayo Clinic กลิ่นกระเทียมสามารถติดอยูู่ในลมหายใจได้นานถึง 72 ชั่วโมง นี่เป็นเพราะในกระเทียมมีซัลเฟอร์ชื่อ Allicin ซึ่งทำให้กระเทียมมีกลิ่นรุนแรงกว่าลูกอมหรือหมากฝรั่งดับกลิ่นปากทุกชนิด เมื่อ Allicin สลายตัวในกระเพาะ มันจะปล่อยไอระเหยที่มีกลิ่นชวนนึกถึงน้ำพริกถ้วยที่แล้ว ไอเหล่านี้จะเข้าสู่กระแสเลือดแล้วไปที่ปอดก่อนจะออกสู่โลกภายนอกกับลมหายใจ อย่างไรก็ตาม แม้กระเทียมจะไม่ใช่อาหารที่ควรกินในเดตแรก มันก็ดีต่อสุขภาพของคุณมากๆ เคยมีการศึกษาพบว่ากระเทียมสามารถกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ดังนั้น มันจึงลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจด้วย

แอลกอฮอล์
กลิ่นปากจะรุนแรงมากขึ้นเท่ากับจำนวนแก้วที่ดื่ม แก้วแรกหรือแก้วที่สองอาจไม่ส่งกลิ่น แต่ยิ่งจำนวนแก้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดและในลมหายใจก็จะทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน โดยแอลกอฮอล์จะผ่านกระแสเลือดไปสู่ปอด ทำให้เครื่องวัดปริมาณแอลกฮอล์และจมูกคนข้างๆ ได้กลิ่น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอะไรไม่สามารถกลบกลิ่นของมันออกไปได้นอกจากเวลา นอกจากนี้ มันอาจมีสาเหตุอื่นๆ
1) การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นภาวะที่เหมาะที่สุดให้แบคทีเรียต้นตอของกลิ่นปากได้เจริญเติบโต
2) โมเลกุลของแอลกอฮอล์จะไปจับตัวกับแบคทีเรียที่อยู่ตามเหงือกและฟัน ทำให้แหล่งกลิ่นปากย่ำแย่ลงไปอีก

หัวหอม
หัวหอมไม่ได้หอมสมชื่อเมื่อมันอยู่ในท้องเรา มันดีต่อสุขภาพเช่นเดียวกับกระเทียม มีทั้งใยอาหารและซัลเฟอร์ที่มีประโยชน์ เชื่อกันว่ามันช่วยลดคอเลสเตอรอล กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และอาจป้องกันคุณจากโรคมะเร็งได้ด้วยซ้ำ ส่วนข้อเสียก็อย่างที่รู้กันอยู่ หัวหอมมีชื่อเสียงด้านกลิ่นปากที่ไม่จางหายเนื่องจากมันมีซัลเฟอร์ที่ระเหยทันทีเมื่อมันสัมผัสกับอากาศ มันจะเข้าสู่กระแสเลือดและออกมาทางปอด (อีกแล้ว) การแปรงฟันหรือลูกอมดับกลิ่นปากอาจช่วยกลบกลิ่นบ้าง แต่ไม่สามารถขจัดกลิ่นได้ราบคาบ ข่าวดีก็คือการนำหัวหอมไปทำอาหารผ่านความร้อน อาจช่วยสลายสารที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก นอกจากนี้ หัวหอมที่ปลูกในดินที่มีกำมะถันน้อยกว่าก็จะมีสารจำพวกดังกล่าวน้อยกว่าด้วย (แถมยังรสชาติหวานกว่าด้วยนะ)

Tip : กลิ่นกาแฟ เข้าใจผิด เข้าใจใหม่
หากมีคนบอกว่ากลิ่นปากของคุณเหมือนกลิ่นกาแฟ คุณอาจไม่คิดนั่นเป็นคำชม แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องดีนะ เพราะนักวิจัยจาก Tel Aviv University พบว่ากาแฟสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของกลิ่นปากได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook