เด็กไทยขาดสารอาหาร แนะนำผู้ปกครองสร้างพฤติกรรมการบริโภค

เด็กไทยขาดสารอาหาร แนะนำผู้ปกครองสร้างพฤติกรรมการบริโภค

เด็กไทยขาดสารอาหาร แนะนำผู้ปกครองสร้างพฤติกรรมการบริโภค
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เด็กไทยในเมืองเสี่ยงสูงต่อการด้อยพัฒนาการทางกายและสมองจากการบริโภคอาหารไม่สมดุล ทำให้ขาดวิตามินและเกลือแร่ แต่ได้รับไขมันและคาร์โบไฮเดรตเกิน นักวิชาการแนะคุณพ่อคุณแม่เร่งปรับพฤติกรรมการบริโภคของลูกก่อนสายเกินแก้

ดร. ภญ. มาลิน จุลศิริ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คณะเภสัชกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่าปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กวัยซนกำลังน่าเป็นห่วง เพราะวิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้หลายครอบครัวต้องซื้ออาหารจานด่วนซึ่งส่วนใหญ่ขาดความสมดลทางโภชนาการให้เด็กบริโภคอยู่ประจำ อีกทั้งเด็กจำนวนไม่น้อยนิยมบริโภคขนมและดื่มน้ำอัดลมจำติดเป็นนิสัย ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้เด็กมีปัญหาภาวะโภชนาการตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ภญ. มาลิน แนะนำว่า


"การเกิดปัญหาภาวะโภชนาการในเด็ก นอกจากส่งผลต่อการพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาของเด็กแล้ว ถ้าปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่รีบแก้ไข จะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กดังกล่าวเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย โดยจะเกิดปัญหาของโรคเรื้อรังง่ายขึ้น เช่น เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ข้อเสื่อม เป็นต้น" ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ภญ. มาลิน กล่าว


"คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองอาจต้องพิจารณาให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาโภชนาการในเด็ก โดยควรพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นสำหรับเด็ก เช่น วิตามิน บีชนิดต่าง ๆ ธาตุเหล็ก ฯลฯ รวมทั้งมีกรดอะมิโนจำเป็น เช่น ไลซีน ฯลฯ เพื่อนำไปใช้เป็นองค์ประกอบในการสร้างโปรตีน นอกจากนี้ สารอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรทที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลหวานและไขมัน เช่น โอลิโกแซซคาไรด์ ฯลฯ ซึ่งถูกจัดเป็นใยอาหารชนิดละลายด้วย ยังมีประโยชน์ช่วยการขับถ่าย


"รสชาติหวานอร่อย และกลิ่นน่ารับประทาน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เด็กชอบไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่แตะลิ้นได้ ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจึงมักให้มีสหวานและกลิ่นหอม ในส่วนนี้ คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองต้องดูว่าความหวานในผลิตภัณฑ์นั้นมาจากน้ำตาลหรือไม่ ถ้าใช่น่าจะพิจารณาให้ดี เพราะการบริโภคบ่อย ๆ อาจเกิดปัญหาจากน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ได้ เช่น เกิดเป็นกรดในน้ำลายและก่อปัญหาฟันผุในภายหลัง ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ โอลิโกแซซคาไรด์ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นสามารถให้ความหวาน แต่ไม่เกิดปัญหาแบบน้ำตาล สารอาหารชนิดนี้มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ การเป็นพรีไบโอติกซึ่งจะไม่ถูกย่อยและดูดซึมในลำใส้เล็ก จึงไม่ก่อปัญหาการถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม แต่จะลงไปที่ลำใส้ใหญ่ไปเป็นอาหารให้จุลินทร์ชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ปริมาณจุลินทรีย์กลุ่มนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งช่วยการขับถ่าย และเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายย" ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ภญ. มาลินกล่าวเสริม


"ถ้าไม่เร่งปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้องให้เด็กในวันนี้ ประเทศไทยอาจต้องรับมือกับภาวะประชากรที่ขาดสุขภาพดีในวันหน้า และทำให้ต้องสูญเสียทั้งคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชาติในดารดูแลบุคคลเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองรวมทั้งสังคมที่เกี่ยวข้องต้องช่วยการดูแลเด็กในวันนี้โดดยเฉพาะด้านอาหารการกินให้ดีที่สุด" ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ภญ. มาลินกล่าวปิดท้าย

 

ที่มา :ดร. ภญ. มาลิน จุลศิริ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คณะเภสัชกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เรียบเรียงโดย : www.never-age.com

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook