สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > การศึกษา > ทุนการศึกษา > ทุนการศึกษาในประเทศ


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper
หาเพื่อนคิวคิว แชท

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
เทคนิคการรับมือ
ประกาศผลแอดมิชชั่น 08

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
ทุนเรียนต่อในประเทศ
ทุนการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
20 คำถามเกี่ยวกับทุนในเมืองไทย



1. ทุน ก.พ. เปิดรับสมัครช่วงไหน

ทุนรัฐบาลที่ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ประกาศเปิดรับสมัครแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับมัธยมศึกษา เพื่อรับทุนในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี จะเปิดรับสมัครในช่วงเดือนพฤศจิกายน เช่น ทุนเล่าเรียนหลวง, ทุนไทยพัฒน์, ทุนกลาง, ทุน ODOS เป็นต้น ส่วนทุนรัฐบาลที่มอบให้สำหรับที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเพื่อรับทุนศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จะเปิดรับสมัครรับทุนช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.ocsc.go.th และ www.scholar.ocsc.go.th

2. เรียนไม่เก่งมีสิทธิ์ขอทุนไหม

สำหรับผู้ที่เรียนไม่เก่งมากนัก แต่ต้องการทุนการศึกษา ถ้าเป็นทุนรัฐบาลรับสมัครเป็นประจำทุกปี คิดว่าคงหมดสิทธิ์เนื่องจากทางรัฐบาลได้กำหนดเกรดเฉลี่ยสะสมไว้เกือบทุกทุนว่าต้องได้ 3.00 ขึ้นไป หรือบางทุนต้องไม่ต่ำกว่า 3.50 แต่ถ้าเป็นคนที่มีความสามารถทางด้านกีฬาดนตรีหรืออื่น ๆ ในระดับยอดเยี่ยมก็สามารถสมัครรับทุนได้ในบางมหาวิทยาลัยที่มีทุนสนับสนุนทางการศึกษาในส่วนนี้อยู่บ้าง

3. ทุน ODOS คืออะไร

ทุน One Dicstrict One Scholarship หรือ ODOS เป็นทุนการศึกษาของรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้แก่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้รับคัดเลือกจากทุกอำเภอ และกิ่งอำเภอที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษา แต่มีผลการเรียนและมีความประพฤติดี ได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีทั้งในและต่างประเทศ สำหรับการศึกษาในต่างประเทศต้องเป็นประเทศกลุ่มที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ อาทิ เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, จีน, ญี่ปุ่น, อิตาลี เป็นต้น ปัจจุบันมีนักเรียนทุน ODOS จำนวน 2 รุ่นแล้ว

4. นักเรียนทุน ODOS มีการฝึกอบรมกันก่อนเดินทางไปเรียนต่างประเทศบ้างหรือเปล่า

ปัจจุบันทาง ก.พ. มีการจัดอบรมทางภาษาและมีการเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศที่นักเรียนทุนได้เลือกไปกันก่อนเป็นเวลา 3 เดือน ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒองครักษ์ ยกเว้นผู้ที่เดินทางไปประเทศจีนจะได้ไปฝึกอบรมที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งการฝึกอบรมนี้จะช่วยลดปัญหาทางด้านภาษาเมื่อไปถึงในประเทศนั้น ๆ ได้

5. ตอนนี้มีศูนย์ที่ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศที่ไหนบ้าง

สำหรับศูนย์ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศของรัฐบาล (ก.พ.) มีอยู่ในประเทศต่าง ๆ ดังนี้ ประเทศอังกฤษ (ลอนดอน), ประเทศสหรัฐอเมริกา (วอชิงตัน ดี.ซี.), ประเทศออสเตรเลีย (แคนเบอร์รา), ประเทศญี่ปุ่น (โตเกียว), ประเทศฝรั่งเศส (ปารีส) นักเรียนไทยสามารถเข้าไปปรึกษาและให้ความช่วยเหลือเรื่องราวต่าง ๆ ในขณะที่เรียนอยู่ในประเทศนั้น ๆ ได้

6. ทุนเล่าเรียนหลวงกับทุนรัฐบาลต่างกันอย่างไร

ทุนเล่าเรียนหลวงกับทุนรัฐบาล (ก.พ.) เป็นทุนที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งทุนนี้ขึ้น ทุนเล่าเรียนหลวงเป็นทุนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าได้จัดตั้งขึ้นเพื่อพระราชทานแก่ผู้ที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมเพื่อไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ซึ่งต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นทุนที่มอบให้ผู้สมัครทุนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมเช่นเดียวกันเพื่อศึกษาต่อในต่างประเทศระดับปริญญาตรี โดยต้องกลับมาทำงานที่เมืองไทยในระยะเวลาที่ทุนได้กำหนดไว้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำงานในสังกัดในหน่วยงานของราชการเหมือนกับทุนรัฐบาลอื่น ๆ ที่มีสังกัดการทำงานไว้ในข้อผูกพัน



7. ทุนไทยพัฒน์คืออะไร

ทุนนี้เป็นทุนการศึกษาที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราชพระราชทานชื่อทุน “ไทยพัฒน์” ซึ่งเป็นทุนที่ได้จัดสรรเพื่อนักเรียนที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกระจายทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อให้มีโอกาสไปศึกษาต่อในต่างประเทศ เพื่อเตรียมกำลังคนในการกลับมาพัฒนาประเทศในสาขาวิชาต่าง ๆ

8. อย่างนี้แล้วทุนไทยพัฒน์กับทุนเล่าเรียนหลวงแตกต่างกันอย่างไร

แตกต่างกันตรงที่การจัดสรรทุน เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมีการให้ทุนเล่าเรียนหลวง ผู้ที่ได้รับทุนส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แทบทั้งสิ้น ดังนั้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด และเรียนในต่างจังหวัดจึงมีโอกาสได้รับทุนเล่าเรียนน้อยกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราพระองค์ทรงเล็งเห็นว่านักเรียนทั่วทุกภาคของประเทศควรได้รับสิทธิ์ในการรับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศเช่นกันพระองค์จึงทรงพระราชทานชื่อทุนนี้ขึ้น โดยทุนนี้มีการกำหนดจำนวนนักเรียนผู้มีสิทธิ์รับทุนไว้อย่างเท่าเทียมทั่วทุกภาคของประเทศ

9. มีทุนสำหรับนักศึกษาแพทย์และพยาบาลบ้างไหม

ทุนกองทัพ, ทุนวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า,วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก, วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ รวมถึงทุนไฟเชอร์ (Pfizer) ที่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นนักศึกษาหรือนิสิตในคณะแพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์เภสัชศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล ขอนแก่น เชียงใหม่ และสงขลานครินทร์ และทุน GSK (เพื่อพยาบาลโดยเฉพาะ) เป็นทุนที่ต้องการสนับสนุนทางด้านการศึกษาในสาขาพยาบาลศาสตร์และกลับมาทำงานเป็นพยาบาลชุมชน ทั้งสองทุนหลังนี้เป็นทุนเอกชนที่มอบให้สำหรับนักเรียนแพทย์และพยาบาล เพื่อการเรียนระดับปริญญาภายในประเทศ

10. ทุนรัฐบาลมีข้อผูกพันกับผู้ขอทุนบ้างหรือเปล่า

สำหรับทุนรัฐบาลทุกประเภทมีข้อผูกพันในเรื่องของการกลับมาทำงานใช้ทุนในประเทศไทย ส่วนมากแล้วต้องกลับมาทำงานรับราชการเพื่อชดใช้ทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ไปศึกษาต่อ เช่น ขอทุนจาก ก.พ. ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 2 ปี เราต้องกลับมาทำงานในหน่วยงานราชการที่ให้ทุนในเมืองไทยเป็นเวลา 4 ปี เป็นต้น



11. ได้รับทุนรัฐบาลไปเรียนจนจบแล้ว ไม่กลับมาทำงานใช้ทุนที่เมืองไทยได้ไหม

ได้ แต่ถ้าผู้ที่ได้รับทุนไปแล้วไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันของทุนรัฐบาลได้นั้น ต้องชำระค่าปรับเต็มจำนวนกับทุนที่ได้รับแล้วและต้องจ่ายเพิ่มค่าปรับเพิ่มอีก 2 เท่าของทุนที่ได้รับไป แต่ทางที่ดีก่อนสมัครรับทุนควรคิดอย่างรอบคอบเสียก่อนว่าต้องการกลับมาทำงานรับราชการ หรือต้องการกลับมาช่วยทำงานพัฒนาประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งถ้าตอบว่าไม่ ก็ไม่ควรสมัครขอรับทุนรัฐบาลตั้งแต่ต้น

12. ทุนการศึกษาในเมืองไทยแบ่งออกเป็นประเภทใดบ้าง

ทุนที่ให้โดยองค์กรในประเทศไทยนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ ทุนรัฐบาลและเอกชน โดยทุนทั้ง 2 ประเภทนี้มีทุนที่เป็นแบบมีข้อผูกพัน และเป็นทุนให้เปล่ากล่าวคือ ผู้ที่ขอทุนนั้น ๆ ไม่ต้องกลับมาทำงานชดใช้ทุนหรือปฏิบัติตามข้อกำหนดหลังจากได้รับทุนจนจบการศึกษาแล้ว

13. อยากสอบถามข้อมูลเรื่องทุนสามารถสอบถามได้ที่ไหนบ้าง

ถ้าเป็นทุนรัฐบาลสามารถสอบถามข้อมูลโดยละเอียดได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถนนพิษณุโลก (ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล) โทร. 0-2281-3333 และศูนย์แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ สำนักงานก.พ. ที่ สยามสแควร์ ซอย 7 โทร. 0-2252-9737-8 หรือสายด่วน 1786 หรือที่เว็บไซต์ www.ocsc.go.th, www.studyabroad.ocsc.go.th

14. เราจะหาข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับทุนได้ที่ไหนบ้าง

นอกจากสำนักงาน ก.พ. หรือตามเว็บไซต์ขององค์กรต่าง ๆ ที่เราต้องการขอทุนแล้ว ก็ยังมีวิธีทางอื่นในการเข้าถึงข้อมูลทุนการศึกษาอีก เช่น เว็บไซต์วิชาการดอทคอม (www.vchakarn.com), นิตยสารการศึกษาวันนี้, หนังสือทุนเรียนฟรีมีทั่วโลก เป็นต้น



15. ศูนย์แนะแนวของ ก.พ. กับศูนย์แนะแนวการศึกษาของเอกชนต่างกันอย่างไร

แตกต่างกันตรงที่ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศของ ก.พ. ไม่ได้ดูแลนักเรียนที่ไปเรียนต่อต่างประเทศโดยทุนส่วนตัวโดยตรง และการไปขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนต่อ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่ได้เป็นตัวแทนของสถาบันการศึกษาใด ๆ โดย ก.พ. จะให้ข้อมูลทั่วไป ในขณะที่เอกชนเป็นตัวแทนของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ

16. ก.พ. มีหน้าที่อะไรบ้าง

สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานของรัฐแห่งเดียวที่มีหน้าที่ดูแลจัดการการศึกษาแก่นักเรียนที่ไปเรียนต่อยังต่างประเทศตามกฎหมาย และโดยหลักการแล้ว ก.พ. มีหน้าที่จัดการการศึกษาให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนที่เรียนต่อในต่างประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการจัดสรรทุนต่าง ๆ ของรัฐบาลด้วย

17. สามารถดูมาตรฐานของแต่ละสถาบันของประเทศต่าง ๆ ได้ที่ไหน

การตรวจสอบมาตรฐานสถาบันต่าง ๆ ที่เราต้องการไปเรียนต่อนั้น มีความสำคัญในเรื่องของการกลับมาใช้วิทยฐานะในการทำงาน ดังนั้นก่อนไปควรตรวจสอบให้ดีกว่าสถาบันเหล่านั้นได้รับการรับรองจากทาง ก.พ. หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ที่ www.ocsc.go.th/structure/structure_assure_inter.asp

18. นอกจากสำนักงาน ก.พ. ที่ถนนพิษณุโลกแล้ว ยังมีที่อื่น ๆ อีกไหมที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องทุนและการศึกษาต่อต่างประเทศ

เกี่ยวกับทุนต่าง ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับทุนรัฐบาลได้ที่ ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศของสำนักงาน ก.พ. ได้ที่สยามสแควร์ ซอย 7 โทร. 0-2252-9737

19. นอกจากทุนระยะยาวแล้ว มีทุนระยะสั้นบ้างหรือเปล่า

นอกเหนือไปจากทุนเพื่อไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี-เอกแล้ว ยังมีการให้ทุนประเภทฝึกอบรมดูงานอีก เช่น ทุนสำหรับผู้บริหาร, ทุนพัฒนาอาจารย์ เป็นต้น โดยทุนเหล่านี้ผู้ที่ขอรับทุนจะได้ศึกษาเพียงระดับประกาศนียบัตรเท่านั้น แต่จำนวนของทุนก็มีมากกว่าทุนที่ไปศึกษาต่อในระดับปริญญา

20. ทางรัฐบาลมีทุนสำหรับผู้พิการบ้างหรือเปล่า

ปัจจุบันทางรัฐบาลมีการจัดสรรทุนเพื่อผู้พิการไว้ด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยใน ปี พ.ศ. 2550 ได้มีการจัดสรรทุนดังนี้ ทุนสำหรับผู้พิการทางการเห็น ในสาขาวิชา Linguistic จำนวน 2 ทุน ระดับปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และทุนสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ในสาขา ICT in Education ระดับปริญญาโท จำนวน 2 ทุน ที่ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา





หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีรักษาผิวไหม้จากเที่ยวทะเล
10 เคล็ดลับการเลิกบุหรี่
7 วิธี ลด ละ เลิก เพื่อความสวยใส
สวย ซ่า...ท้าลมฝน
ปฏิบัติตัวเพื่อ ตา สวย

สนับสนุนข้อมูลโดย นิตยสาร Exit