mun01left
logo
mun02right
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > Teen Zone > ภาวะโลกร้อน
Global Warming
h_channel_under
h_teenzone
เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
RSS เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper
หาเพื่อนคิวคิว แชท
h_uwrite
แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน
h_ulife1
Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว
h_nextedu2
เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
classhit1
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
h_ent1
เทคนิคการรับมือ
ประกาศผลแอดมิชชั่น 08
h_cafe
ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
h_cafe_u1
helper end
header clickback
อเมริกันกับเทรนด์โลกร้อน 2 ความแตกต่างในหนึ่งเดียว

เพราะถือเป็นนักรณรงค์ตัวเอ้ พร้อมโดยประณามว่าเป็นผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมตัวยงไปในคราวเดียวกัน จากดัชนีวัดความมุ่งมั่นเพื่อการพัฒนา

ภาวะโลกร้อนโดยศูนย์การพัฒนาโลก องค์กรอิสระด้านนโยบายและการวิจัยของอเมริกา พบว่าพญาอินทรียืนอยู่ในอันดับโหล่สุดในด้านสิ่งแวดล้อม จากบรรดาประเทศร่ำรวย 21 ประเทศ ทั้งนี้ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณา คือ การสนับสนุนการหาปลา การนำเข้าไม้เมืองร้อน การนำเข้าพันธุ์สัตว์และพันธุ์ไม้หายาก การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง การเก็บภาษีน้ำมันต่ำ ซึ่งกระตุ้นให้มีการบริโภคน้ำมันสูง และทำให้ปล่อยก๊าซเสียเพิ่มขึ้น และทำให้โลกร้อนขึ้นด้วย

นายเดวิด รูดแมน ผู้ออกแบบดัชนีดังกล่าวระบุว่า อเมริกาควรทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะมีทั้งเงินเทคโนโลยีที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมของโลกในบรรดากลุ่ม 21 ประเทศอุตสาหกรรมร่ำรวย นอร์เวย์ครองอันดับหนึ่งด้านสิ่งแวดล้อม ตามด้วยไอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งก็ถือเป็นหน้าเดิมๆ ที่มีการขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีของคนนั่นเอง

เมื่ออเมริกาเป็นเหมือนทั้งนักบุญและคนบาปในร่างเดียวกัน ขณะที่ภาพรวมประเทศ ติดอันดับยอดแย่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คนดัง ของอเมริกาอย่าง นายอัล กอร์ อดีตผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ยืนอยู่ในแถวหน้าที่ดัน ให้เรื่องโลกร้อนกลายมาเป็นเรื่องฮิตของคนทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมาโดยการนำเสนอภาพยนตร์สารคดีชื่อดัง "An Inconvenient Truth" ที่การันตีความเด็ดของเนื้อหาด้วยรางวัลออสการ์ครั้งล่าสุดมาแล้ว

แม้ว่าเนื้อหาและสาระของภาพยนตร์เรื่องนี้จะปลุกกระแสเรื่องภาวะโลกร้อนได้ชั่วข้ามคืน แต่รายละเอียดบางประการของหนังก็เป็นที่กังขาว่าไม่ถูกต้องจนถึงขั้นต้องให้ศาลสูง ตีความ หลังจากมีการเสนอให้มีการแจกจ่ายหนังเรื่องนี้ให้ทุกโรงเรียนทั่วแดนมะกัน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เด็กๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติและของโลก

สุดท้ายศาลสูงก็ตัดสินว่าเห็นควรให้เผยแพร่หนังเรื่องนี้ได้ แต่ต้องมีหมายเหตุแนบไปด้วยเพื่อลดทอนอิทธิพลจากการมองมุมเดียวของอดีตรองประธานาธิบดี โดยศาลระบุว่ามีข้อผิดพลาดบางประการปรากฏในหนังที่มุ่งส่งสัญญาณเตือนและเป็นการกล่าวเกินจริง เพื่อสมมติฐานเรื่องโลกร้อนของนายอัล กอร์ แต่สิ่งเหล่านั้นกลับขัดแย้งกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

คราวนี้มาลองดูกันว่า "ความไม่จริง" ที่ทำให้ลำบากคราวนี้มีอะไรบ้าง

ข้อแรก ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีก 20 นิ้ว เหตุจากผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์ หรือของแอนตาร์กติกา ตะวันตกละลาย ถูกแย้งว่าเกิดขึ้นได้แต่ต้องอาศัยเวลานับพันปี

ข้อที่ 2 อัล กอร์ บอกว่า เกาะที่เกิดจากปะการังแถบแปซิฟิกกำลังเผชิญกับน้ำท่วมเนื่องจากภาวะโลกร้อนเชิงมนุษยวิทยา แต่ศาลบอกว่าไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับการอพยพใดๆ เลย

ข้อที่ 3 สารคดีอธิบายว่าโลกร้อนมีศักยภาพหยุดกระบวนการ "โอเชี่ยน คอนเวเยอร์" ที่กระแสน้ำจากอ่าวจะผ่านจากแอนตาร์กติกาเหนือไปยังยุโรปตะวันตก แต่ศาลบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่ แต่อาจทำให้ช้าลงได้

ข้อที่ 4 นายกอร์โชว์กราฟ 2 ภาพที่ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเพิ่มของคาร์บอนไดออกไซด์และอุณหภูมิในช่วง 650,000 ปีว่าเหมาะเจาะกันอย่างยิ่ง แต่ศาลแย้งว่า 2 สิ่งมีความสัมพันธ์กัน แต่ก็ไม่ถึงกับแสดงสิ่งที่นายกอร์พยายามจะบอก

ข้อที่ 5 สารคดีเสนอภาพหิมะที่หายไปจากเทือกเขาคิลิมานจาโร ว่าเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่อีกฝ่ายหนึ่งแย้งว่า เป็นภาพที่น่าจะประทับใจเป็นพิเศษ แต่ก็สรุปไม่ได้ว่าเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ที่ทำให้สภาพอากาศเปลี่ยน

ข้อที่ 6 ทะเลสาบชาดที่กำลังเหือดแห้ง ในหนังเป็นตัวอย่างชั้นดีของปัญหาโลกร้อน แต่ศาลระบุว่าอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น ประชากรเพิ่ม ความผันผวนของอากาศท้องถิ่น และปริมาณหญ้าที่มากขึ้น

ข้อที่ 7 โลกร้อนทำให้เกิดเฮอร์ริเคน คาทริน่าและมหันตภัยในนิวออร์ลีนส์ ด้านศาลบอกว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ

ข้อที่ 8 นายกอร์บอกว่า รายงานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่หมีขั้วโลกจมน้ำตายเพราะต้องว่ายน้ำ 60 ไมล์เพื่อหาผืนน้ำแข็ง แต่ศาลยกรายงานวิทยาศาสตร์มายันว่า พบแค่หมีขั้วโลกจมน้ำตาย 4 ตัวเพราะโดนพายุ

ข้อสุดท้าย คือ สารคดีบอกว่าโลกร้อนและปัจจัยอื่นๆ ทำให้แนวปะการังทั่วโลกมีสีซีดลงทุกวัน แต่รายงานของคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของ สภาพอากาศระบุชัดเจนว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส จะทำให้ปะการังสีซีดหรือตายหากปะการังไม่สามารถปรับตัวได้แต่ก็ไม่สามารถแยกชัดเจนได้ว่าเกิดจากอากาศเปลี่ยน หรือหาปลามากเกินไปหรือมลพิษอื่นๆ


หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง
เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ นวัตกรรมไอเดียเด็ดเด็กใต้
ติดตั้งเซ็นเซอร์บนหัวแมวน้ำ หาความเปลี่ยนแปลงทะเลแอตแลนติก
บ้านขุนสมุทรจีน มรธ.วิจัยเชิงอนุรักษ์
เฟ้นหา 20 โจ๋ลดโลกร้อน
วีนิไทย ร่วมใจปลูกปะการัง

สนับสนุนข้อมูล โดย ประชาชาติธุรกิจ

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: อเมริกันกับเทรนด์โลกร้อน 2 ความแตกต่างในหนึ่งเดียว

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 5

  1. Re: อเมริกันกับเทรนด์โลกร้อน 2 ความแตกต่างในหนึ่งเดียว

  2. Re: อเมริกันกับเทรนด์โลกร้อน 2 ความแตกต่างในหนึ่งเดียว

  3. Re: อเมริกันกับเทรนด์โลกร้อน 2 ความแตกต่างในหนึ่งเดียว

    • ความคิดเห็นที่3
    • ก็เป็นหนังที่ดีหนิเพราะว่าทำให้คนตื่นตัวเรื่องนี้กันมากขึ้นอย่างน้อยคนอเมริกันก็ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเพราะหนังเรื่องนี้และหลายๆประเทศก็เอาตาม แต่เราจะเรียกมันว่าสารคดีได้ยังไงนะในเมื่อข้อมูลมันไม่มีหลักฐานแบบนี้ กุเอาเอง เอาเป็นว่าคิดว่ามันเป็นภาพยนตร์ที่ดีก็แล้วกันไม่ใช่สารคดี
    • Tt รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: Tt
      • เมื่อ[22 ตุลาคม 2550 - 09:34 น.]
      • IP[24.193.196.XXX]
  4. Re: อเมริกันกับเทรนด์โลกร้อน 2 ความแตกต่างในหนึ่งเดียว

  5. Re: อเมริกันกับเทรนด์โลกร้อน 2 ความแตกต่างในหนึ่งเดียว

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
สนับสนุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย