mun01left
logo
mun02right
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > Teen Zone > ภาวะโลกร้อน
Global Warming
h_channel_under
h_teenzone
เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
RSS เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper
หาเพื่อนคิวคิว แชท
h_uwrite
แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน
h_ulife1
Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว
h_nextedu2
เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
classhit1
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
h_ent1
เทคนิคการรับมือ
ประกาศผลแอดมิชชั่น 08
h_cafe
ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
h_cafe_u1
helper end
header clickback
หายนะจากมหาสมุทร

เบื้องใต้มหาสมุทรอินเดียแผ่นน้ำใหญ่อันดับ 3 ของโลก ทิศเหนือติดกับตอนใต้ของทวีปเอเชีย ทิศตะวันตกติดกับคาบสมุทรอาหรับและทวีปแอฟริกา ทิศตะวันออกติดกับคาบสมุทรมลายู หมู่เกาะซันดา และประเทศออสเตรเลีย ส่วนทิศใต้ติดกับมหาสมุทรใต้ มหานทีแห่งนี้กินพื้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของผืนน้ำทั่วโลก และเป็นแหล่งกำเนิดมหันตภัยจากผืนน้ำนำหายนะอันน่าสะพรึงกลัวมาสู่ผู้คนบนพื้นโลก

หายนะจากมหาสมุทร"นาร์กีส" พายุไซโคลนจากอ่าวเบงกอลแห่งมหาสมุทรอินเดียอาจเป็นแค่สัญญาณเตือนภัย !

"ตำแหน่งที่เกิดพายุนาร์กีสเป็นบริเวณเดียวกับที่เกิดปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole และยังเป็นบริเวณเดียวกันกับที่ก่อพายุที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มใน จ.อุตรดิตถ์ เมื่อปี 2549" ดร.วัฒนา กันบัว ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา ตั้งข้อสังเกต

Indian Ocean Dipole (IOD) คือ อะไร ?
Indian Ocean Dipole คือ ปฏิสัมพันธ์ของอากาศกับทะเลในมหาสมุทรอินเดีย เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole จะเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงขยายให้พายุมีความรุนแรงขึ้นตามสภาวะของ IOD เริ่มต้นจากการเย็นตัวลงอย่างผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลทางฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดียเขตร้อน แถบบริเวณชายฝั่งชวา ประเทศอินโดนีเซีย เชื่อว่าเป็นผลมาจากลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมที่พัดจากหย่อมความกดอากาศสูงบริเวณเส้นทรอปิก ออฟ แคบริคอร์น เข้าหาหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเส้นศูนย์สูตรทวีความรุนแรง ขณะเดียวกันอุณหภูมิของผิวน้ำทะเลฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติ

หมายถึงน่านน้ำสองฟากฝั่งของมหาสมุทรอินเดียมีสภาพความแตกต่างกันของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลอย่างชัดเจน ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ IOD นั่นเอง !?!

"เมื่อดูจากโมเดล Indian Ocean Dipole พื้นที่สีฟ้าเป็นกระแสน้ำเย็น ส่วนสีแดงเป็นกระแสน้ำอุ่น ช่วงที่เป็น Positive Dipole หรือบวก มีการก่อตัวของเมฆเป็นพายุและเคลื่อนที่ไปในทิศทางหนึ่ง พออีกปีมันจะเป็น Negative Dipole หรือเป็นลบ ทิศทางการเคลื่อนที่จะเลื่อนลงด้านล่าง" ดร.วัฒนา อธิบายการเกิด IOD ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย ปรากฏการณ์ IOD ค้นพบโดยสถาบัน JAMSTEC ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยศึกษาสภาวะความแปรปรวนบางประการของมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2537 โดยเชื่อว่าปรากฏการณ์ IOD เกิดขึ้นจากความผิดปกติของลมพื้นผิวเหนือมหาสมุทรอินเดียเขตร้อน และเมื่อวิจัยต่อยอดก็สามารถพยากรณ์การเกิดปรากฏการณ์ IOD ได้สำเร็จ อีกทั้งยังพบว่าปรากฏการณ์ IOD มิได้มีความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์เอ็นโซ่ (ENSO) ด้วย

หายนะจากมหาสมุทร เอ็นโซ่ (ENS0) เป็นคำที่ใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรและความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดปรากฏการณ์ "เอลนีโญ่" และ "ลานีญ่า"

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์มักใช้คำว่า "สภาวะอุ่นของเอ็นโซ่" เพื่ออธิบายปรากฏการณ์เอลญีโญ่ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรอุ่นขึ้นผิดปกติ ทางกลับกัน "สภาวะเย็นของเอ็นโซ่" ก็ใช้อธิบายปรากฏการณ์ลานีญ่าที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรเย็นกว่าปกติ

หากช่วงปีที่เกิดปรากฏการณ์ IOD จะส่งผลกระทบต่อความแปรปรวนของมรสุมเขตร้อนและปริมาณฝนในกลุ่มประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่รายรอบมหาสมุทรอินเดีย อาจเป็นสาเหตุของสภาพฝนตกหนักอย่างผิดปกติ ตั้งแต่บริเวณแอฟริกาฝั่งตะวันออกจนถึงเอเชียใต้ และตอนบนของคาบสมุทรอินโดจีน รวมถึงภาคเหนือและภาคกลางของไทยด้วย

หายนะจากมหาสมุทรขณะเดียวกัน การเกิดสภาวะของ IOD เมื่อปี 2540 ยังเป็นสาเหตุในการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวตลอดแนวชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย เนื่องจากมวลน้ำส่วนหนึ่งถูกพัดพาไปทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งอันดามันลดต่ำลง รังสียูวีและอนุภาคโฟตอนจากแสงอาทิตย์มีโอกาสถ่ายทอดผ่านน้ำทะเลสู่ตัวปะการัง ทำให้สาหร่ายที่อาศัยอยู่บนปะการังตาย เช่นเดียวกับปรากฏการณ์สัตว์น้ำในแนวปะการังตายแถบ จ.กระบี่ จ.ตรัง และ จ.สตูล เมื่อต้นปี 2550 ก็คาดว่าเกิดจากสาเหตุเดียวกัน

ปรากฏการณ์ IOD หากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเลบอกว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการศึกษาและวิจัย ที่ผ่านมาเคยรายงานผลกระทบจากปรากฏการณ์ IOD ต่อความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยถึงผู้บริหารกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ปีที่แล้ว เพื่อหาแนวทางลดความเปราะบางต่อภัยธรรมชาติเมื่อคนไทยต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม มหันตภัยร้ายจากมหาสมุทรอินเดียในรูปของพายุจะพัดเข้าสู่พม่าและไทยเป็นประจำทุกปี

...วันที่ 4 พฤษภาคม 2544 ดินถล่มที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีผู้ชีวิตและสูญหายร่วม 50 คน วันที่ 20 พฤษภาคม 2547 ดินถล่มที่ ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บร่วม 400 คน และวันที่ 23 พฤษภาคม 2549 อ.ลับแล อ.ท่าปลา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย และ อ.เมือง จ.แพร่ เกิดดินถล่มมีผู้เสียชีวิตและสูญหายกว่า 100 คน...

หายนะจากมหาสมุทร โศกนาฏกรรมจากภัยพิบัติที่เคยเกิดขึ้นกับคนไทย อาจเป็นผลพวงจากปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole (IOD) จากมหาสมุทรอินเดีย เช่นเดียวกับโศกนาฏกรรมหมื่นศพในประเทศพม่าจากฝีมือ "นาร์กีส" อสูรร้ายแห่งมหาสมุทรอินเดียนั่นเอง

"แหล่งกำเนิดพายุจะเป็นตัวประเมินความรุนแรงของพายุได้ ซึ่งการเกิดพายุได้นั้นอุณหภูมิน้ำทะเลต้องอยู่ระดับ 26-27 องศาเซลเซียส พายุส่วนใหญ่จึงเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเยอะมาก หากมองถึงการเกิดพายุในบ้านเราก็เหมือนบอลโลกมี 4 ปีครั้ง บ้านเราพายุเกิดขึ้นไม่บ่อย เพราะอุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่าระดับที่จะก่อตัวเป็นพายุได้ แต่หากอุณหภูมิวิกฤติจนก่อให้เกิดพายุจะทวีความรุนแรงมากกว่า เพราะเมื่อพายุเคลื่อนผ่านน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิสูงก็จะเป็นเสมือนน้ำมันเชื้อเพลิงในการสะสมพลังงานของพายุนั่นเอง" ดร.วัฒนาอธิบายการเกิดพายุ และชี้ชัดว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นของน้ำทะเลทำให้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น

คล้ายๆ การเคลื่อนที่ของพายุหมุน "นาร์กีส" ซึ่งเริ่มก่อตัวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2551 บริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง ระยะเริ่มแรกนาร์กีสเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆ และมีการสะสมพลังงานความร้อนแฝงจากมหาสมุทร ส่งผลให้พายุมีกำลังรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่วันที่ 29 เมษายน สภาพอากาศแห้งแล้งทำให้นาร์กีสอ่อนกำลังลง และเปลี่ยนทิศทางไปยังภาคตะวันออกของโลก ก่อนจะกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง โดยมีความเร็วลมสูงสุด 160 กม./ชม. และเพิ่มระดับเป็น 190 กม./ชม. ก่อนจะขึ้นฝั่งที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ประเทศพม่า คร่าชีวิตผู้คนนับแสนคน แต่ยังไม่ทำลายสถิติความรุนแรงของ "ไซโคลนโบลา" ที่เคยคร่าชีวิตชาวบังกลาเทศไปราว 5 แสนคน เมื่อ 38 ปีก่อน

IDO ปรากฏการณ์ความแปรปรวนของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย อาจเป็นปฐมเหตุแห่งการก่อกำเนิดพายุนาร์กีสและพายุอีกหลายๆ ลูกที่กำลังจะเกิดขึ้น

"พายุมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้เราต้องหันกลับมาดูว่า มีอะไรเปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ เปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะป่าไม้คือตัวรักษาสมดุลของธรรมชาติทุกรูปแบบ ตอนนาร์กีสขึ้นฝั่งที่พม่าเราต้องขอบคุณพม่า เพราะบ้านเขามีป่าไม้จำนวนมาก พายุจึงมาไม่ถึงประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ทุกเดือนพฤษภาคมเป็นฤดูพายุที่ก่อตัวขึ้นบริเวณ Indian Ocean Dipole พอดี ตำแหน่งการเกิดพายุหรือเทรนด์การเกิดพายุเรารู้หมดแล้ว แต่เราจะเตรียมรับมืออย่างไร" ดร.วัฒนาตั้งคำถาม

มหันตภัยทางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบกำลังถาโถมทำลายสรรพชีวิต เพียงเพื่อปรับสมดุลให้แก่โลก แล้วมนุษย์เคยสร้างสมดุลให้โลกใบนี้บ้างหรือเปล่า ?

พายุหมุนทั่วโลก

หายนะจากมหาสมุทรในรอบ 62 ปี (พ.ศ.2488-2550) เคยเกิดพายุหมุนเขตร้อนระดับ 5 ซึ่งมีพลังทำลายสร้างสูงสุด 224 ลูก ดังนี้

-บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกตอนเหนือ มีซูเปอร์ไต้ฝุ่น ระดับ 5 มากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ทั้งสิ้น 161 ลูก คิดเป็น 71.87%

-บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ มีเฮอริเคน ระดับ 5 รวม 26 ลูก คิดเป็น 11.60%

-บริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ มีไซโคลน ระดับ 5 รวม 11 ลูก คิดเป็น 4.91%

-บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกตอนเหนือ มีเฮอริเคน ระดับ 5 รวม 10 ลูก คิดเป็น 4.46%

-บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ มีไซโคลน ระดับ 5 รวม 9 ลูก คิดเป็น 4.01%

-บริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ มีไซโคลน ระดับ 5 รวม 4 ลูก คิดเป็น 1.78%

-บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกกลางตอนเหนือ มีเฮอริเคน ระดับ 5 รวม 3 ลูก คิดเป็น 1.33%

หายนะจากมหาสมุทร
เมื่อกางแผนที่โลกออกมาจะพบว่า แหล่งกำเนิดพายุหมุนจะตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตกมากที่สุด มีอัตราการเกิดพายุหมุนเฉลี่ย 30 ลูก (38%) มหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออก 14 ลูก (17%) มหาสมุทรแอตแลนติก 9 ลูก (11%) มหาสมุทรอินเดียตอนใต้ฝั่งตะวันตก 8 ลูก (10%) มหาสมุทรอินเดียตอนใต้ฝั่งตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ 7 ลูก (9%) เท่ากัน อ่าวเบงกอล 4 ลูก (5%) ทะเลอาหรับ 1 ลูก (1%)

ย้อนมาดูสถิติการเกิดพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในคาบ 57 ปี (พ.ศ.2494-2550) รวม 182 ลูก เช่น เมษายน 1 ลูก พฤษภาคม 7 ลูก มิถุนายน 7 ลูก กรกฎาคม 12 ลูก สิงหาคม 20 ลูก กันยายน 45 ลูก ตุลาคม 51 ลูก พฤศจิกายน 30 ลูก และธันวาคม 9 ลูก

เป็นไปได้หรือไม่ ? ที่ปรากฏการณ์ IOD มิได้เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดียเท่านั้น แต่ IOD ซึ่งเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงของพายุกำลังก่อตัวขึ้นทั่วโลก ในอนาคตพายุหมุนเขตร้อนอาจไม่ใช่แค่พายุดีเปรสชัน พายุโซนร้อน แต่จะทวีความรุนแรงเป็นพายุไซโคลน พายุไต้ฝุ่น พายุเฮอริเคน เกิดขึ้นถี่และรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก !!!



ทีมรายงานพิเศษ : เรื่อง

ศูนย์ภาพเนชั่น : ภาพ




หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง
เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ นวัตกรรมไอเดียเด็ดเด็กใต้
ติดตั้งเซ็นเซอร์บนหัวแมวน้ำ หาความเปลี่ยนแปลงทะเลแอตแลนติก
บ้านขุนสมุทรจีน มรธ.วิจัยเชิงอนุรักษ์
เฟ้นหา 20 โจ๋ลดโลกร้อน
วีนิไทย ร่วมใจปลูกปะการัง

สนับสนุนข้อมูล โดย คมชัดลึก

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: หายนะจากมหาสมุทร

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 9

  1. Re: หายนะจากมหาสมุทร

  2. Re: หายนะจากมหาสมุทร

  3. Re: หายนะจากมหาสมุทร

  4. Re: หายนะจากมหาสมุทร

  5. Re: หายนะจากมหาสมุทร

  6. Re: หายนะจากมหาสมุทร

  7. Re: หายนะจากมหาสมุทร

  8. Re: หายนะจากมหาสมุทร

  9. Re: หายนะจากมหาสมุทร

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
สนับสนุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย