ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > Teen Zone > ภาวะโลกร้อน
Global Warming


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper
หาเพื่อนคิวคิว แชท

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
เทคนิคการรับมือ
ประกาศผลแอดมิชชั่น 08

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
header clickback
คุณปู่นักพิทักษ์สายน้ำ แห่งคลองลาดโตนด

ขอวอนทางรัฐบาลและขอวอนทุกท่านหมดเลยว่า ขอให้ช่วยกันรักษาแม่น้ำต่างๆ ไว้ด้วย โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้คนกรุงเทพฯ ช่วยกันรักษา" ความตอนหนึ่งในกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2550

ปู่เตี้ย เสลาคุณปู่เตี้ย เสลาคุณ เป็นชาวเมืองหลวงโดยกำเนิดผู้หนึ่ง ที่ปฏิบัติตนสนองแด่กระแสพระราชดำรัส โดยนับจากเกษียณอายุราชการในตำแหน่งพนักงานคุมเครื่องยนต์ กรมวิชาการเกษตร เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ปู่เตี้ยจะพายเรือไม้ลำเล็กคู่ชีพที่หาซื้อมาจาก จ.สมุทรสงคราม สำหรับใช้หาปลาในวัยหนุ่ม เก็บขยะในลำคลองลาดโตนด ที่มีความยาวราว 1 กิโลเมตรเป็นประจำแทบทุกวัน แม้อายุจะล่วงเลยมาถึงวัย 72 ปีแล้วก็ตาม หากยังมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะทำ

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะปู่เตี้ยอาศัยอยู่ริมคลองนี้มาตั้งแต่เกิด เติบโตเข้าวัยหนุ่ม จนกระทั่งล่วงสู่วัยชราอย่างปัจจุบัน จึงรู้สึกผูกพัน หวงแหน จนไม่คิดจะย้ายถิ่นฐานไปไหน ถึงแม้จะมีคนมาเสนอขอซื้อที่ดินที่มีอยู่ประมาณ 2 ไร่อยู่เนืองนิตย์ หากไม่ทันได้เสนอหรือต่อรองราคา ปู่เตี้ยตอบกลับไปเหมือนกันทุกครั้งว่า "ไม่ขายจะเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจ"

"ผมอยู่กับน้ำมาตลอด สมัยเป็นนักเรียน พอเดินกลับจากโรงเรียนมาถึงบ้านก็จะกระโดดลงเล่นน้ำทุกวัน จนโตเป็นหนุ่มทำงานแล้วก็ยังทำแบบนี้ น้ำคลองนี้ตอนนั้นใสสะอาดมาก และเพราะน้ำประปายังเข้ามาไม่ถึง คนที่อยู่ริมคลองจึงใช้ประโยชน์จากน้ำในคลองอย่างคุ้มค่าที่สุด ทั้งอาบ ซักเสื้อผ้า ล้างจาน และดื่ม สามารถจับปู ปลา หรือเก็บผักบุ้ง บัว ผักน้ำต่างๆ มาทำเป็นอาหาร จนได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา" ปู่เตี้ยเล่าย้อนอดีตตั้งแต่เริ่มจำความได้ด้วยแววตาเปี่ยมสุข

ปู่เตี้ยเล่าต่อพร้อมกับน้ำใสๆ เริ่มคลอเบ้าตาว่า เมื่อราวปี 2506 ช่วงที่ปู่เตี้ยมีอายุราว 20 กว่าปี ริมคลองลาดโตนดในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร มีผู้คนย้ายเข้ามาอาศัยตั้งรกราก ณ ที่แห่งนี้มากขึ้น เวลาผ่านไปเพียง 1 ปี ผืนนาที่รายล้อมบ้านไม้หลังเล็กของลุงเตี้ย ซึ่งเห็นจนเจนตามาแต่ไหนแต่ไร เริ่มเปลี่ยนแปลงกลายเป็นตึกรามบ้านช่องอันทันสมัย พร้อมๆ กับน้ำในลำคลองเริ่มเป็นสีดำส่งกลิ่นเหม็น

ในช่วงการเปลี่ยนผ่านของสายน้ำ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อาศัยเดิมไม่น้อย ปู่เตี้ยต้องเดินเท้าจากบ้านไปกว่า 2 กิโลเมตร เพื่ออาบน้ำและหาบน้ำกินกลับมาจากคลองประปาวันละ 2 ปี๊บทุกวัน เป็นเช่นนี้เรื่อยมา 3-4 ปี น้ำประปาจึงเข้าถึงชุมชน

จากนั้นน้ำในคลองลาดโตนดก็ไม่เหลือเค้าความทรงจำในอดีตของปู่เตี้ยอีกเลย ปู ปลาหายสิ้น ผักนานาพันธุ์ถูกแทนที่ด้วยขยะหลากหลายประเภท ปู่เตี้ยทำได้เพียงพายเรือลำน้อยเก็บขยะในคลอง หวังจะช่วยลดปริมาณขยะที่ไม่อาจจับมือคนทิ้งมาดมได้ และนั่งมองน้ำเน่า สูดดมกลิ่นเหม็นของสายน้ำที่ไหลผ่านบ้าน ซึ่งอดีตเคยเป็นดั่งสายน้ำแห่งชีวิตของปู่เตี้ย

"ทุกวันที่ต้องนั่งดูและสูดกลิ่นน้ำเน่า ทำให้จิตใจเราห่อเหี่ยว หงุดหงิด คนที่เขาอยู่แต่กับถนน ไปไหนมาไหนด้วยรถ บ้านเรือนตั้งอยู่ริมถนนเข้าออกสะดวก ยิ่งเด็กสมัยนี้ด้วยแล้ว วันๆ อยู่แต่ในหมู่บ้านจัดสรร นั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือดูทีวี ไม่เคยได้สัมผัสกับวิถีชีวิตริมน้ำ เขาก็ไม่รู้คุณค่าของแม่น้ำลำคลอง ไม่รู้ซึ้งถึงคำว่าสายน้ำคือชีวิตหมายถึงอะไร ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์น้ำ" ปู่เตี้ยกล่าวอย่างคับแค้นใจ

ภาพลำคลองลาดโตนดที่มีน้ำใส ไม่มีกลิ่น ปู ปลา สัตว์น้ำแหวกว่ายไปมา เลือนหายไปจากสายตาของปู่เตี้ยมาเกือบ 50 ปี ถึงวันนี้เดือนพฤษภาคม 2551 ลำคลองสายเดิมที่เคยพานพบกับความเน่าเสียจากน้ำมือของมนุษย์ กลับค่อยๆ ฟื้นคืนสู่สภาพที่ดีขึ้น ภาพที่เมื่อครั้งอดีตเริ่มปรากฏออกมาปู่เตี้ยให้เห็น ปูกลับมา ปลากลับมา ตะพาบน้ำกลับมา น้ำเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีเขียวของตะไคร่ กลิ่นเหม็นคละคลุ้งจางไป

ความเปลี่ยนแปลงของคลองลาดโตนดที่ปู่เตี้ยได้เห็นอีกครั้งในวัย 72 ปี ทำให้ปู่เตี้ยถึงกับน้ำตาไหลและเอ่ยปากด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เห็นคลองลาดโตนดมีสภาพดีขึ้นอีก แม้น้ำจะไม่ใสเท่าเดิม แต่ก็ดีใจมาก แล้วที่เริ่มมีสัตว์น้ำมาอยู่ เป็นสิ่งบ่งบอกว่าสายน้ำแห่งนี้จะกลับมาเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของคนแถบนี้อีกครั้ง จิตใจของเราก็ผ่อนคลาย"

การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของคลองลาดโตนด เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจ สมานสามัคคีของคนในชุมชน โดยเริ่มจาก นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศนโยบาย "80 คลองใส ถวายพระเจ้าอยู่หัว 80 พรรษา" ปี 2550 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา

สำนักงานเขตหลักสี่เห็นว่า คลองลาดโตนดมีความเหมาะสมที่จะเป็นคลองใสนำร่องในพื้นที่ จึงส่งเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้แก่ชาวบ้าน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ด้วยเพราะทุกคนต้องการทำความดีถวายในหลวง และการฟื้นคืนสภาพลำคลองก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเขาจะร่วมมือกันทำได้ ขณะเดียวกันสำนักงานเขตก็ประสานภาคเอกชนเพื่อขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเงิน และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากบริษัทเอกชน อาทิ เอ็กโก กรุ๊ป และไทยน้ำทิพย์ เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านี้จำเป็นต้องขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาในพื้นที่ ให้ส่งนักเรียนเข้ามาร่วมทำกิจกรรม ภายใต้ชื่อ "นักรบพิทักษ์คลอง" ด้วยการให้นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ จำลองตัวเองเป็นนักรบตามแต่จินตนาการ พร้อมกับออกแบบอาวุธที่จะใช้กับ "กระสุนดังโงะ" เมื่อทิ้งกระสุนลงไปในลำคลองตาม "ตำราพิชัยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม" ของสำนักงานเขต โดยทั้งหมดเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550

"อยากให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับสายน้ำ โดยอาจจะเริ่มจากวันเพ็ญเดือน 12 ซึ่งเป็นวันลอยกระทง ทุกฝ่ายควรปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้ถึงคุณค่าของน้ำ และกล่าวคำขอโทษต่อสายน้ำที่ทำสิ่งไม่ดี เช่น ทิ้งขยะหรือปล่อยน้ำเสียลงไปและให้สัญญาว่าจะไม่ทำอีก แทนที่จะมุ่งสนับสนุนแต่เฉพาะให้เด็กประกวดความสวยความงามเท่านั้น แต่ต้องให้รู้เจตนารมณ์ที่แท้จริงของประเพณีด้วย" ปู่เตี้ยฝากปิดท้าย

เมื่อทุกฝ่ายมีใจมุ่งมั่นในทางเดียวกัน และให้คำมั่นจะไม่ทำร้าย คลองลาดโตนด อีก ภารกิจกอบกู้สายน้ำก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน แม้น้ำจะไม่ใสมากดังเช่นก่อน หากอย่างน้อยได้สร้างความสุขให้เกิดขึ้นกับคนในชุมชนอย่างปู่เตี้ยและอีกหลายๆ คน รวมทั้งเป็นแบบอย่างให้แก่ชุมชนอื่นๆ ในการรวมพลังกอบกู้สายน้ำในชุมชน เหนืออื่นใดความพยายามและรวมใจเป็นหนึ่งเดียวของพวกเขา พิสูจน์ให้คนไทยตระหนักคิด "ใช่ว่าน้ำเน่าจะกลับมาใสไม่ได้"

กระสุนดังโงะ

นายบรรเลง ลิมปนุสสรณ์ วัย 55 ปี ผู้ประสานงานชุมชนเครือข่ายพิทักษ์คลองลาดโตนดอธิบายว่า กระสุนดังโงะเป็นการตั้งชื่อเลียนแบบขนมญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ เหมือนลูกชิ้น แท้จริงแล้วคือจุลินทรีย์ก้อน ที่ได้จากการนำน้ำจุลินทรีย์หรือน้ำอีเอ็ม มาผสมคลุกเคล้ากับรำข้าว ปุ๋ยแห้ง จากนั้นนำดินเหนียวมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดตามต้องการ แล้วใส่สิ่งที่คลุกเคล้าไว้ตรงกลางเหมือนไส้ของขนม ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน พอให้ดินแห้งหมาดๆ จึงทิ้งลงน้ำ เพื่อเป็นการฟื้นสภาพของน้ำให้ดีขึ้น

"ที่ต้องปั้นเป็นก้อน เพราะต้องการให้จุลินทรีย์ที่ได้จากน้ำอีเอ็ม ไปช่วยบำบัดน้ำถึงก้นคลอง ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้แก่น้ำ หากใช้เฉพาะที่เป็นน้ำอีเอ็มการบำบัดก็จะเกิดขึ้นแต่เฉพาะบริเวณพื้นผิวน้ำเท่านั้น ไม่ลงถึงพื้นของลำคลอง" นายบรรเลงกล่าว

ตำราพิชัยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ตำราพิชัยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม

น.ส.อมรรัตน์ กฤตยานวัช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตหลักสี่ กล่าวว่า
ตำราพิชัยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นการสนองต่อนโยบายของอภิรักษ์ ที่ต้องการให้ปรับปรุงแม่น้ำลำคลอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน สำนักงานเขตจึงเริ่มปรับปรุงคลองลาดโตนดที่มีขนาดความกว้าง 30-50 เมตร ยาว 850 เมตร เป็นแหล่งรับน้ำจากชุมชนชินเขต 1 ระบายสู่คลองบางเขน โดยเริ่มจากการดึงทุกภาคส่วนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่คนในชุมชน บริษัทเอกชน นักเรียนนักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมคิดร่วมทำ โดยต้องอธิบายให้เข้าใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม

จากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการ โดยเจ้าหน้าที่ ชาวบ้าน และนักเรียนช่วยกันขุดลอกลำคลองที่ปกคลุมด้วยผักตบชวา ตามด้วยร่วมกันทำกระสุนดังโงะ แล้วนำมาทิ้งลงคลองอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และจะมีถังน้ำขนาดใหญ่วางไว้ 3 จุด ตลอดความยาวของคลอง สำหรับให้ชาวบ้านนำน้ำอีเอ็มมาเติมลงในถัง เพื่อให้มีน้ำจุลินทรีย์ไหลลงคลองตลอดเวลา พร้อมๆ กับการปรับแต่งสภาพภูมิทัศน์โดยรอบลำคลอง นำต้นไม้หายากมาปลูก สร้างสะพานไม้ใช้เป็นทางเดินตลอดริมลำคลอง และขอความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร จัดทำแพหญ้าแฝกในคลองลาดโตนด เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ

"ใช้เวลาเพียงครึ่งปีก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของคลอง ปัจจุบันวัดค่าออกซิเจนละลายในน้ำหรือค่า DO (Dissolved Oxygen) ได้เกือบ 2 มิลลิกรัมต่อลิตร จากเดิมที่วัดได้ 0 มิลลิกรัมต่อลิตร ถือเป็นความภูมิใจของทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำงาน อนาคตท่านผู้ว่าฯ จะให้สำนักการระบายน้ำจัดสร้างเขื่อนและทางเดินตลอดสองฝั่งคลอง เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนอีกแห่งหนึ่งของคนเมืองหลวง" น.ส.อมรรัตน์กล่าว

โดย ทีมข่าวการศึกษา : เรื่อง/ภาพ



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง
ปรากฏการณ์โลกร้อน
ศิลปะประยุกต์ ลด โลกร้อน
ขั้วโลกเหนืออาจไม่มีน้ำแข็งเหลืออยู่ใน1 ปีนี้
โลกกำลังปั่นป่วน Magnetic Pole Reversal
คอมพิวเตอร์สีเขียว เพื่อโลกและสิ่งแวดล้อม

สนับสนุนข้อมูล โดย คมชัดลึก

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: คุณปู่นักพิทักษ์สายน้ำ แห่งคลองลาดโตนด

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 3

  1. Re: คุณปู่นักพิทักษ์สายน้ำ แห่งคลองลาดโตนด

    • ความคิดเห็นที่3
    • ขอคารวะในความเสียสละของคุณปู่ ช่างทำตัวเป็น
      ประโยชน์ มีคุณค่า กว่าหมา-นุด บางคนที่ทำตัว
      มักง่าย ทิ้งขยะไปทั่ว ไร้ซึ่งระเบียบ วินัย ขยะจะ
      ทับถมตัวเองอยู่แล้ว สงสารคุณปู่ที่เก็บอยู่คนเดียว
      แต่คนทิ้งมีเป็นแสนเป็นล้าน จะไหวไหมนี่ อนิจจา
    • Mama Blue รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: Mama Blue
      • เมื่อ[20 สิงหาคม 2551 - 13:49 น.]
      • IP[124.121.94.XXX]
  2. Re: คุณปู่นักพิทักษ์สายน้ำ แห่งคลองลาดโตนด

  3. Re: คุณปู่นักพิทักษ์สายน้ำ แห่งคลองลาดโตนด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้