mun01left
logo
mun02right
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > Teen Zone > พี่สอนน้อง


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
RSS เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper
หาเพื่อนคิวคิว แชท

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
เทคนิคการรับมือ
ประกาศผลแอดมิชชั่น 08

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
 
สีผสมอาหารในขนมไทย

หากพูดถึงความเป็นไทยๆ ขนมไทยเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงวัฒนธรรม ประจำชาติ เพราะบ่งบอกถึงความละเอียดอ่อน ประณีต และอ่อนช้อยในด้านของการประดิษฐ์ ตลอดจนการจัดเรียงให้อยู่คู่สำรับอาหารได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน

ขนมไทย, อาหารไทย, สีผสมอาหาร, อาหารไทย, ความเป็นไทย, เอกลักษณ์



เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบในการผลิต ล้วนคัดสรรอย่างดี มีความสดใหม่ รวมทั้งสีที่แต่งเติมต้องเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติเท่านั้น แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น อาจจะด้วยความเร่งรีบในสังคมปัจจุบัน บวกกับขั้นตอนที่ยุ่งยาก และใช้เวลานานในการผลิตสีธรรมชาติ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีการผลิตสีสังเคราะห์ โดยทั่วไปสี

ที่ใช้ปรุงแต่งมีอยู่ 3 ประเภทคือ สีอินทรีย์ที่ได้จากการสังเคราะห์ สีอนินทรีย์ ซึ่งได้แก่ ผงถ่าน และสีที่ได้จากธรรมชาติ ขึ้นชื่อว่าสีสังเคราะห์ ย่อมต้องมีอันตรายแฝงมาแน่นอน ถ้าหากผู้ผลิตอาหารนำมาใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ในปริมาณที่เกินมาตรฐานกำหนด เนื่องจากสีสังเคราะห์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของโลหะหนัก (ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด) เช่น ตะกั่ว สารหนู โครเมียม สังกะสี

ซึ่งหากบริโภคอาหารที่ใส่สีผสมอาหารที่มีสีฉูดฉาดมากๆ และเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายได้รับโลหะหนักในปริมาณมาก และเกิดการสะสมในร่างกาย

พิษจากสารหนูนั้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะสะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง ตับและไต หากร่างกายมีสารหนูสะสมเป็นจำนวนมาก จะทำให้อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โลหิตจาง ส่วนตะกั่ว มีพิษต่อระบบประสาททั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง อาจทำให้เสียชีวิตได้ใน 1-2 วัน ส่วนอาการพิษเรื้อรัง จะพบเส้นตะกั่วสีม่วงที่เหงือก มือตก เท้าตก เป็นอัมพาต ทางเดินอาหารผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน

วิธีหลีกเลี่ยงคือ ต้องเลือกรับประทานขนมหวานที่มีสีเป็นธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาดเกินไป หรือเลือกรับประทานขนมที่มีสีเป็นของตัวเอง ไม่ใช่สีจากการตกแต่ง

สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่าง ขนมหวานแบบไทยๆ ที่จำหน่ายตามท้องตลาด ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 5 ชนิด พบว่า ขนมลูกชุบและขนมชั้นเสวย มีสีสังเคราะห์ตกค้าง แต่พบในปริมาณที่ไม่เกินมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขไทย ซึ่งกำหนดให้ใช้สี เอโซรูบีน ทาร์ทาซีน ซันเซ็ต เยลโย่ ได้ไม่เกิน 70 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม และใช้สีปองโซ 4 อาร์ และสีบริลเลียน บลู ได้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม





หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว   ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง
หยุด! 'สิว'
วิธีดูแลรักษา แปรงสีฟัน
ขนมปังป้องกันผู้ชายเป็นหมันได้
5 วิธี...เพิ่มความดูดีและน่ารัก
เอาชนะ กลิ่น ด้วยวิธีชิลๆ ที่ใครก็ทำได้

สนับสนุนข้อมูลโดย นิตยสารสยามดารา

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สีผสมอาหารในขนมไทย

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 9

  1. Re: สีผสมอาหารในขนมไทย

  2. Re: สีผสมอาหารในขนมไทย

  3. Re: สีผสมอาหารในขนมไทย

  4. Re: สีผสมอาหารในขนมไทย

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
สนับสนุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย