mun01left
logo
mun02right
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > Teen Zone > พี่สอนน้อง


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
RSS เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
แนะนำเอเจนซี่เรียนต่อ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
ทดลองเลือกคณะ new campus
เทคนิคการรับมือ
Admission 2009

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
 
วิวัฒนาการ สังคมออนไลน์ จากไฮไฟว์ถึงทวิตเตอร์

ธรรมชาติของมนุษย์มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ก่อให้เกิดการติดต่อสื่อสารระหว่างกันและมีการพัฒนาในหลาย ๆ ด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของการใช้งานจึงเกิดเป็นสังคม ออนไลน์ขึ้นในปัจจุบัน

สังคมออนไลน์, ไฮไฟว์, มายสเปซ, เฟซบุ๊ก, มัลติพลาย, ทวิตเตอร์



สังคมออนไลน์ ในความรู้สึกของเราทุกวันนี้คือความต้องการที่จะออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตเพื่อทำความรู้จัก พูดคุย ติดต่อสื่อสารกัน ชัชวาล สังคีตตระการ ผู้ช่วยวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็ก ทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ความรู้ว่า ยุคนี้ถือเป็นยุคของเว็บ 2.0 โดยก่อนหน้านี้เราจะอยู่ในยุคของเว็บ 1.0 ที่มีการสื่อสารทางเดียวคือ การอ่านเพียงอย่างเดียว แต่ช่วงหลัง ๆ มนุษย์เราด้วยความที่เป็นสัตว์สังคมจึงไม่ต้องการสร้างเว็บแค่ให้อ่านเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถสร้างความพึงพอใจ โดยการสร้างประวัติโดยย่อ และ มีแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ให้เลือก ใช้รวมทั้งสามารถโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นได้ด้วย จึงเกิดเป็นสังคมออนไลน์ขึ้น

เว็บไซต์เด่น ๆ ในบ้านเราที่เป็นสังคมออนไลน์ ได้แก่ ไฮไฟว์, มายสเปซ, เฟซบุ๊ก, มัลติพลาย และ ทวิตเตอร์ ส่วน เอ็มเอสเอ็น, ไอซีคิว นั้นเป็นการสนทนาออนไลน์หรือที่เรารู้จักว่า แชต ส่วน ยูทูบ ก็ไม่ได้จัดเป็นสังคมออนไลน์แต่ก็ถือเป็นส่วนประกอบได้เนื่องจากเป็นการแชร์คลิปวิดีโอสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่กัน เพราะคำจำกัดความของสังคมออนไลน์ คือต้องมีการเขียนประวัติแนะนำตัวเอง

“ไฮไฟว์” เป็นสังคมออน ไลน์ที่ใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกมีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 65 ล้านราย สมาชิกส่วนใหญ่ จะใช้ไฮไฟว์ในการติดต่อสื่อสาร กับกลุ่มเพื่อน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แชร์รูปภาพและ คลิปวิดีโอกันดู ซึ่งในแต่ละวันจะมีสมาชิกเข้ามาใช้บริการจากทั่วโลกนับล้านราย มีการเปิดตัวเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2546 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ส่วนในประเทศไทยไฮไฟว์เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุดเป็นอันดับ 1 แต่ขณะนี้เริ่มอิ่มตัวแล้ว นักท่องโลกไซเบอร์โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานจึงหันมาให้ความสนใจ “เฟซบุ๊ก” กันมากขึ้น เพราะเงียบสงบและมีข้อจำกัดในการสมัครมากกว่าไฮไฟว์ เริ่มเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2547 โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย ฮาร์เวิร์ด ในช่วงแรกเปิดใช้งานเฉพาะนักศึกษาและต่อมา วันที่ 11 ก.ย. 2549 จึงขยายมาใช้สำหรับผู้ใช้ทั่วไปทุกคนเหมือนในปัจจุบัน สำหรับรูปแบบการใช้มีลักษณะคล้ายไฮไฟว์ คือ มีพื้นที่มากในการเขียนประวัติส่วนตัว ใส่รูปภาพ คลิปวิดีโอเพลง เล่นเกม ซึ่งเราสามารถปรุงแต่งพื้นที่ของเราในการแนะนำตัวเองได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ ที่สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินจำนวนมาก

สังคมออนไลน์, ไฮไฟว์, มายสเปซ, เฟซบุ๊ก, มัลติพลาย, ทวิตเตอร์



ในขณะที่ “ทวิตเตอร์” เกิดขึ้นได้ประมาณ 3 ปีแล้ว โดยเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 ปีเดียวกับเฟซบุ๊กที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และใช้กันในวงแคบ แต่ปัจจุบันในประเทศไทยมีกระแสดังขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งมีสถิติผู้สนใจเข้ามาเล่นเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีบุคคลสำคัญระดับประเทศอย่างนายกรัฐมนตรี นำมาใช้ในการติดต่อสื่อสารจนเป็นข่าวดังเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้หลายคนที่ไม่เคยรู้จักทวิตเตอร์จึงอยากทดลองสมัครใช้บ้าง โดย ชัชวาล อธิบายว่า ทวิตเตอร์ คือ การติดต่อ สื่อสารที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราว เหมือนกับชื่อ ทวิต ความหมายคือ เสียงนกร้อง เวลานกร้องบอกกันก็จะร้องจิบ ๆ ต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ การเล่นทวิตเตอร์จึงเหมือนเสียงนกร้องที่จะร้องบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ

ทวิตเตอร์ เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์จำพวกไมโครบล็อก ที่ผู้ส่งสามารถส่งข้อความได้ยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เหมือนเป็นการอัพเดทตัวเองให้ผู้ที่เราแอดไว้เป็นเพื่อนทราบได้หลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์ทวิตเตอร์, อีเมล, เอสเอ็มเอส ฯลฯ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 หลักการคือ เราเป็นผู้ตาม หรือมีผู้ตามเรา ในเรื่องที่น่าสนใจ โดยส่วนใหญ่จะใช้กันในกลุ่มของนักวิจัย นักพัฒนา จึงแตกต่างจากไฮไฟว์และเฟซบุ๊ก เพราะทวิตเตอร์จะอาศัยความสนใจโดยที่ไม่ได้เป็นเพื่อนกันมาก่อนเพื่อแชร์ความรู้ซึ่งกันและกัน

วิธีการเล่นนั้นหลังจากที่สมัครและแอดเพื่อนแล้ว หากใครที่ตามเราอยู่เวลาเราส่งข้อความหรือเรียกกันว่า “ทวิต” ข้อความก็จะถูกส่งไปถึงทุกคนที่สนใจตัวเราอย่างรวดเร็ว เช่น เรากำลังเศร้าหรือเสียใจอยู่ แต่จะตอบหรือไม่นั้นก็แล้วแต่ผู้รับ ส่วนการตามผู้ที่เราสนใจนั้นหากเขาทวิตอะไรมาเราก็จะทราบเรื่องของเขา เช่น คนดังอย่างนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ทวิตเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก็จะทำให้เราทราบข่าวก่อนใครที่ไม่ได้เป็นเพื่อนหรือก่อนที่สื่อจะลงข่าวสร้างความใกล้ชิดกันมากขึ้น

แทบไม่น่าเชื่อว่าการที่เรารับรู้เรื่องราวของคนอื่นว่าใครทำอะไรอยู่ที่ไหนหรือใครรับรู้เรื่องราวของเราจะกลายเป็นเรื่องสนุกสนานทำให้ผู้คนมากมายหันมาสนใจสมัครเล่นกันมากขึ้นในเวลารวดเร็ว ผู้ช่วยวิจัย ศูนย์เทคโน โลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอม พิวเตอร์แห่งชาติ ยังบอกอีกว่า วัตถุประสงค์ของการใช้สังคม ออนไลน์ คือ ความอยากเป็น ที่สนใจและยอมรับ เนื่องจาก ธรรมชาติของมนุษย์อยากแนะนำตัวเองแต่ไม่กล้า พอมีเนื้อที่ให้ขีดเขียนแสดงตัวตนและแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกันทำให้สร้างความสนใจได้เป็นอย่างดี กระแสสังคมออนไลน์จึงเป็นที่นิยมมากขึ้น ยิ่งมีเพื่อนเข้ามาแอดหรือมาแสดงความคิดเห็นทำให้เรารู้สึกดีใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์กว้างขึ้น ไม่ใช่เพียงรู้จักกันในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น แต่ทำให้คนเราสามารถรู้จักกันได้ทั่วโลก บางครั้งเพื่อนที่ไม่เคยเจอกันมา 10-20 ปี ก็โคจรมาเจอกันในสังคมออนไลน์นี้ จึงทำให้โลกแคบลงโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปมาหากัน

สังคมออนไลน์, ไฮไฟว์, มายสเปซ, เฟซบุ๊ก, มัลติพลาย, ทวิตเตอร์



นอกจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ทวิตเตอร์เองก็ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในกลุ่มด้านการตลาด องค์กร และผู้ขายสินค้าแบรนด์ดังต่าง ๆ ที่หันมาใช้ทวิตเตอร์ในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี รวมทั้งไม่ต้องเสียค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าผู้บริโภคสนใจก็ติดตามและซื้อสินค้าแบรนด์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามด้วยความที่สะดวก ประหยัด รวดเร็วและสามารถรับผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทำให้สำนักข่าวต่าง ๆ หันมาใช้ทวิตเตอร์กันมากขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้การใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ หากเรารู้จักใช้ก็ถือเป็นประโยชน์อย่างสูงสุด แต่หากใช้ไม่เป็นอาจกลายเป็นเหมือนดาบสองคม เพราะบางทีสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากจากทุกแห่งหนเข้ามาโพสต์ข้อความเพื่อ สร้างตัวตนให้ตัวเองดูดีก็เปรียบเสมือนเป็นโลกใบหนึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง บางครั้งก็ไม่เป็นความจริงเสมอไป เราจึงต้องรู้จักเตือนใจตัวเองไว้อยู่เสมอถึงแม้จะมีระบบความปลอดภัยในตัวเทคโนโลยีในระดับหนึ่ง แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าเพื่อน ที่เรารู้จักจาก 100 คน จะไม่มีมิจฉาชีพแอบแฝงมาด้วย เพราะที่ผ่านมาก็มีข่าวในลักษณะนี้ อยู่บ่อย ๆ จึงอย่าพยายามโพสต์ ข้อความที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากเกินไป เช่น ตอนนี้เหงาจังอยู่บ้านคนเดียวหรือว่าจะไปเที่ยวและไม่มีคนอยู่บ้านหลายวัน เพราะเป็นการเปิดช่องทางให้พวกมิจฉาชีพที่จับจ้องเราอยู่ทราบความเคลื่อนไหวและมีโอกาสก่อเหตุร้ายขึ้นได้ทุกเมื่อ

ดังนั้นความปลอดภัยอยู่ที่ตัวเราเองว่าจะป้องกันตัวได้มากน้อยแค่ไหน..?

กรวิกา คงเดชศักดา




หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว   ครั้ง





บทความที่เกี่ยวข้อง
อัลมอนด์และน้ำผึ้ง แก้เจ็บคอ
ทำไมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จึงใช้อักษรย่อว่า มอ.
ผสมน้ำยาปรับอากาศใช้เอง
แว่นตา ใส่ๆถอดๆ หรือ ใส่ตลอด ดีกว่า
เบื่อจัง...อยากหาอะไรทำระหว่างวันหยุด

สนับสนุนข้อมูล โดย เดลินิวส์

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: วิวัฒนาการ สังคมออนไลน์ จากไฮไฟว์ถึงทวิตเตอร์

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 8

  1. Re: วิวัฒนาการ สังคมออนไลน์ จากไฮไฟว์ถึงทวิตเตอร์

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
สนับสนุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย