mun01left
logo
mun02right
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > Teen Zone > เรื่องจี๊ดๆ


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
RSS เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper
หาเพื่อนคิวคิว แชท

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
เทคนิคการรับมือ
ประกาศผลแอดมิชชั่น 08

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
 
ผุดไอเดียใหม่ใช้สปายคิดส์เชือดร้านเกม

แนะสร้าง สปายคิดส์ สายลับเด็ก แจ้งเบาะแส เชือด ร้านเกมเถื่อน-เกมอันตราย ระบุสังคมต้องจับตา รัฐจะจัดการอย่างไรกับเจ้าหน้าที่ นอกแถวที่มีส่วนได้-เสีย จากร้านเกมเถื่อน ที่เห็นแก่ได้ละเมิดสิทธิเด็ก ส่วน พ่อแม่-ผู้ปกครอง ต้องเลิกกลัวคอมพิวเตอร์ พร้อมร่วมมือ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหา เด็กติดเกม แบบบูรณาการ

ผุดไอเดียใหม่ใช้สปายคิดส์เชือดร้านเกม



จากกรณีปัญหาผู้ใหญ่เห็นแก่ได้ละเมิดสิทธิเด็ก ละเลยไม่ปกป้องสิทธิเด็ก จนเด็กไทยเป็นเหยื่อ “ติดเกม” และ “เสียอนาคต” เพราะหลงเลียนแบบเกมไม่สร้างสรรค์ ซึ่ง “เดลินิวส์” นำเสนอข่าวเกาะติดอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีสัญญาณที่ดีจากหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนโดยมีการดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังขึ้นนั้น

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการสัมมนาเด็ก ผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียน เรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันกับเกมคอมพิวเตอร์ (รุนแรง) ของโรงเรียนเขตพื้นที่การศึกษา 1 กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ และจากการทำวิจัยเรื่องเด็กติดเกมมา 4-5 ปี พบว่า มีเด็กไทยจำนวนมากที่ติดเกม โดยเด็กจะเริ่มเล่นเกมตั้งแต่ 6 ขวบไปจนถึงช่วงมัธยมต้น โดยเด็กจำนวนมากจะเล่นชนิดหามรุ่งหามค่ำ ทำให้เสียการเรียน “ผลพวงจากการติดเกมส่งผลเสียหลายประการ เช่น ด้านสุขภาพ คือเป็นโรคอ้วน มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ด้านการเรียนจะส่งผลให้สมาธิสั้น ผลการเรียนมีแต่ทรงกับทรุด เวลาที่จะอยู่กับครอบครัวน้อยลง เข้าไปอยู่ในโลกปัจเจกมากขึ้น”

รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า ผลเสียในเรื่องการศึกษา ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กชายร้อยละ 70-80 เกม โดยเยาวชนชายในสถานพินิจที่ก่อคดี ทำร้าย กรรโชกทรัพย์ ส่วนหนึ่งก็มีสาเหตุมาจากการ ติดเกมที่สอดแทรกความรุนแรง และเพศศึกษาแบบผิด ๆ ดังนั้น ปัญหาเด็กติดเกมจึงไม่ใช่แค่ปัญหาครอบครัว ปัญหาการศึกษา แต่เป็นปัญหาสังคม “โรงเรียนรัฐบาลมีเพียง 32,000 กว่าโรงเรียนทั่วประเทศ แต่มีร้านเกมกว่า 60,000 ร้าน และประเด็นปัญหาคือ 70-80% ของร้านเกมเปิดแบบไม่คำนึงถึงเด็ก ไม่มีความรับผิดชอบสังคม การปล่อยให้เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตามร้านเกม เท่ากับการสร้างจิตวิญญาณที่ไม่ถูกต้อง ฝังชิพเรื่องความรุนแรงและเพศ รวมถึงเรื่องการไม่ตั้งใจเรียนให้กับเด็ก ดังนั้น ผู้ปกครองต้องไม่เป็นโรคกลัวคอมพิวเตอร์ อย่าปฏิเสธเทคโนโลยี อย่าให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก”

ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเด็กฯ จุฬาฯ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหาในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครอง จะต้องใช้ลูกสอนเรา และทำกิจกรรมร่วมกัน พูดเรื่องเดียวกัน และสนใจร่วมกัน ซึ่งเกมมีทั้งด้านดีและด้านร้าย เป็นดาบสองคม ปัญหาก็คือผู้ใหญ่ไม่ค่อยรับรู้ ไม่พยายามที่จะรู้ จึงจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กไม่ได้ โดยเกมที่สร้างสรรค์นั้นถ้าเด็กเล่นครั้งละแค่ 1-2 ชั่วโมงก็จะเป็นประโยชน์ ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น และเป็นการพักผ่อน ส่วนการที่เด็กติดเกมหรือเล่นเกมที่ไม่เหมาะสม ก็ต้องค่อย ๆ สอน อย่าปฏิเสธในทันที และต้องไม่ดุด่า เพราะอาจรุนแรงกว่าเกมอันตรายเสียอีก

นอกจากนี้ รศ.ดร.สมพงษ์ ยังกล่าวฝากผ่านผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์” อีกว่า ครอบครัวและโรงเรียนก็ต้องคุยกัน และตอบคำถามให้ได้ว่าปัญหาเด็กติดเกมเกิดจากอะไร และช่วยเหลือกันได้อย่างไรบ้าง ส่วนกรณีที่รัฐจะสนับสนุนร้านเกมสีขาวนั้นก็ควรจะมีรายละเอียดด้วยว่าจะสนับสนุนอย่างไร เพื่อให้ร้านเกมอยู่ได้ เพราะถ้าร้านเกมดี ๆ อยู่ไม่ได้ ร้านเกมที่ไม่ดีก็จะใช้เด็กเป็นเหยื่อเพื่อแสวงหารายได้ต่อไป “ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดร้านเกมแบบง่ายดาย ซึ่งตนเห็นด้วยกับการที่ รัฐจะจัดการซอฟต์แวร์ เกมอันตราย ภายใน 90 วัน แต่ร้านเกมที่มีกว่า 60,000 ร้านทั่วประเทศ และหลายร้านมีผลประโยชน์อยู่กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง ดังนั้นก็ต้องดูว่ารัฐจะจัดการอย่างไร ซึ่งการจะแก้ปัญหาเด็กติดเกม เกมอันตรายให้ได้ผลนั้น น่าจะมี “สปายคิดส์” โดยให้เด็กเป็นสายลับแจ้งเบาะแส และที่สำคัญต้องแก้ไขแบบบูรณาการ คือ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานของรัฐ ต้องร่วมกัน มีโซนนิ่งร้านเกม รวมถึงบูรณาการเชิงนโยบาย ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงไอซีที มิฉะนั้นไปไม่รอดแน่ ๆ”.



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว   ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนรับปริญญา
ล้วงความลับนักถ่ายภาพฉาว
คลิปลับ...ภาพหลุด...ฉุดชีวิต?
จากเด็กติดเกม สู่นักแข่งบังคับเครื่องบินระดับประเทศ
9 สิ่งเสริมบารมี ที่วัยรุ่นไม่ยอมแพ้

สนับสนุนข้อมูล โดย เดลินิวส์

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
สนับสนุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย