ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > U-Life > กิจกรรม


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper
หาเพื่อนคิวคิว แชท

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
เทคนิคการรับมือ
ประกาศผลแอดมิชชั่น 08

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
 
รับขวัญน้องใหม่ สู่รั้ว วลัยลักษณ์

อยากเห็นปัญญาชนมีการเปลี่ยนแปลงการรับน้องในทางสร้างสรรค์ ทำกิจกรรมเพื่อสร้างบรรยากาศความรักความสามัคคีระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง เป็นกิจกรรมที่เอื้ออาทรเห็นใจกัน ไม่ใช้อำนาจบังคับข่มขู่เพื่อให้รุ่นน้องที่อ่อนแอกว่าทำตามความพอใจของรุ่นพี่เหมือนภาพที่ปรากฏให้เห็นทุกปี

เสียงเฟรสชี่วัยใส น้องใหม่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช น้องกานต์ น.ส.มาลินี พุทธถนอม อายุ 19 ปี กล่าวถึงกิจกรรมรับน้องที่ตัวเองอยากเห็น

ในช่วงเปิดภาคการศึกษาที่ผ่านมา กลุ่มสัมพันธ์และองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมรับน้องในทางสร้างสรรค์ ทั้งจัดเสวนาเชิญรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้วมาบอกเล่าถึงการเรียนและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข การนำความ รู้ไปใช้ในชีวิตวัยทำงาน รวมถึงการจัดกิจกรรมโดยดึง ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และปลูกฝังแนวคิดการทำดีเพื่อสังคม

กิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มิใช่เป็นเพียงเรื่องของรุ่นน้องและรุ่นพี่เท่านั้น คณาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยล้วนมีส่วนร่วมในการต้อนรับน้องใหม่สู่รั้วมหาวิทยาลัย

รูปแบบการรับน้องปราศจากความรุนแรง รุ่นพี่พา รุ่นน้องออกสัมพันธ์พูดคุยกับชาวบ้าน บำเพ็ญประ โยชน์โดยปลูกป่าชายเลนร่วมกันก่อเกิดเป็นมิตรภาพ ความอบอุ่น และรอยยิ้ม

รับน้อง กิจกรรมรับน้องใหม่ ม.วลัยลักษณ์



น้องกานต์ กล่าวว่า ภาพกิจกรรมรับน้องโดยทั่ว ไปที่รับรู้มาเป็นกิจกรรมที่น่ากลัว อันตรายต่อชีวิต ซึ่ง มีข่าวออกมาให้เห็นทุกปี เมื่อได้เข้ามาเรียนที่มหา วิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็กังวลว่าจะต้องเจอกิจกรรมรับน้องอย่างที่รับรู้มา แต่เมื่อได้มาร่วมกิจกรรมรับน้องพบว่ามีความแตกต่าง เพราะรุ่นพี่ให้รุ่นน้องลงชุมชน เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ศึกษาการทำปุ๋ยหมัก ชีวภาพซึ่งปลอดภัยต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม


"ได้ปลูกต้นโกงกางที่ชายทะเลเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและช่วยป้องกันคลื่นลม ได้เรียนรู้ประ เพณี วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของพี่น้องประชาชนต่างศาสนา ได้เข้าใจชุมชน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เกิดขึ้นมาได้เพราะชุมชนช่วยโอบอุ้ม เราเป็นหนี้บุญคุณชุมชน นักศึกษาต้องเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้"


ด้านรุ่นพี่ โจ น.ส.ชุมลาพร กิจพัฒนาสมบัติ อายุ 21 ปี ทีมงานกิจกรรมรับน้องครั้งนี้ กล่าวว่า ทีมงานมีรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้วรวมอยู่ด้วย ได้ร่วมกันคิดกิจกรรมโดยตั้งเป้าไว้ว่าต้องก้าวข้ามให้พ้นการรับน้องรูปแบบเดิมๆ ซึ่งมักมีข่าวร้ายๆ ออกมาตลอดว่าในสถานศึกษาหลายที่รุ่นน้องบาดเจ็บจากกิจกรรมรับน้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

"มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังคงมีประเพณีรับน้องเหมือนมหาวิทยาลัยทั่วไป เพียงแต่มีการตั้งคำถามถึงเนื้อหาสาระของการรับน้องเรื่อยมาทุกปี โดยหวังว่าการรับน้องใหม่จะเป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับการพัฒนานักศึกษา ไม่ใช่ทำร้ายนักศึกษาทั้งความคิด ความรู้สึก และร่างกาย เราพยายามกันมาหลายปี ดูเหมือนว่าปีนี้จะเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะฝ่ายนักศึกษาตั้งโจทย์และแปรเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างประวัติศาสตร์สวย งามร่วมกัน

มีการระดมความเห็น ทำความเข้าใจ ออกแบบกิจกรรม นำเสนอและปรับแก้หลายครั้ง แต่ละกิจกรรมมีแนวคิดว่าต้องส่งเสริมการเรียนรู้ ความพร้อมต่อการใช้ชีวิตของนักศึกษาใหม่ และเป็นภารกิจร่วมของทั้งมหาวิทยาลัย ที่ประกอบด้วยรุ่นพี่ อาจารย์ บุคลากร และศิษย์เก่า

ที่สำคัญคือ เราออกแบบการรับน้องให้เหมือนการรับลูกหลานมาอยู่ที่บ้านของชาว บ้านในชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัย โดยชาวบ้านมาร่วมต้อนรับนักศึกษาใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยด้วย

การรับน้องใหม่ไม่มีการรับแยกคณะ แต่เป็นกลุ่มสัมพันธ์ที่คละนักศึกษาใหม่เข้าด้วยกันเพื่อสร้างสัมพันธ์ของนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย ไม่แยกเขาแยกเรา เพื่อให้ทุกคนรักกันโดยมีปัญญาเป็นตัวนำ"
รับน้อง กิจกรรมรับน้องใหม่
น้องยู้ น.ส.พรวิมล เทวัญประทานพร อายุ 18 ปี น้องใหม่หน้าใส เล่าให้ฟังหลังจากลงไปลุยโคลนเพื่อปลูกต้นโกงกางที่ชายทะเล บ้านสระบัว อ.ท่าศาลา ว่า สนุกมาก ไม่เคยลุยโคลนแบบนี้มาก่อน สนุกกันทุกคนทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง และยังได้ประโยชน์ด้วย เพราะ เมื่อต้นไม้ที่ปลูกโตขึ้นจะได้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและปกป้องชายหาดป้องกันคลื่นลม

"การที่รุ่นพี่ปรับเปลี่ยนกิจกรรมรับน้องจากรูปแบบเดิมๆ ที่อันตรายและไม่ได้ประโยชน์มาเป็นกิจกรรมแนวสร้างสรรค์ถือเป็นสิ่งดี ที่สำคัญได้ทำกิจกรรมร่วม กับชุมชนที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัย เป็นหนี้บุญคุณชุมชน"

ด้าน น้องออฟ นายภูวิวัฒน์ เรืองพงศ์กาญจนา อายุ 18 ปี น้องใหม่อีกคนเล่าว่า การจะให้รุ่นพี่รุ่นน้องสามัคคีกันนั้น ต้องมีกิจกรรมที่เอื้อให้มีความรู้ สึกดีต่อกัน และควรมองให้กว้าง นอกจากกิจกรรมรับ น้องแล้วทางมหาวิทยาลัยยังจัดกิจกรรมเสวนาเรียนรู้จากรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้วว่าเรียนอย่างไรให้มีความสุข การนำความรู้ไปใช้ในการทำงาน โดยมีตัว อย่างทั้งคนที่เรียนเก่งและเรียนอ่อนแต่ปรับตัวให้เรียนได้จนจบและประสบความสำเร็จในชีวิต

"หรือกิจกรรมรับลูกเข้าบ้านของชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัยเป็นกิจกรรมรับขวัญ และให้ชุมชนกลายเป็นสถานที่เรียนรู้ของนักศึกษา กิจกรรมเสวนาทำความเข้าใจระหว่างศาสนา คือ พุทธ คริสต์ อิสลาม ที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจกันทั้งในมหาวิทยา ลัยและในสังคม โดยเชิญผู้แทนทั้ง 3 ศาสนาร่วมเสวนา ล้วนเป็นกิจกรรมที่รุ่นน้องอย่างพวกผมได้เรียนรู้"

ความรักความอบอุ่นระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องก่อเกิดภาพ ที่สวยงาม

รับ "ก้าวแรก" สู่รั้วมหาวิทยาลัย


สดจากเยาวชน : วันชัย พุทธทอง



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว   ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง
คนรุ่นใหม่...หัวใจไร้แอลกอฮอล์
THE HUMANRACE Nike ชวนคุณร่วมแข่งขันกับคนทั้งโลก
พัฒนาศักยภาพในการทําวิจัยของบุคลากร ศูนย์ ระนอง 2
พาแม่ไปดูคอนเสิร์ต Jazz with Mom
ค่ายเด็ดๆสำหรับคนอยากทำเว็บให้โดดเด่นกว่าใคร

สนับสนุนข้อมูล ข่าวสด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้