ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2549 การสอบ TOEFL หรือ The Test of English as a Foreign Language ได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งรูปแบบการสอบ การคิดคะแนน และวิธีการสอบ ทำให้เด็กไทยที่คิดจะสอบ TOEFL หนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน ด้วยข่าวลือที่ว่าการสอบยากขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะการสอบแบบเดิมก็สุดหินสำหรับบางคนแล้ว ดังนั้น ไปตรวจสอบกันเลยว่าการสอบระบบใหม่ยากเกินจริงหรือไม่การสอบ TOEFL เป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับคนต่างชาติที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อย่างคนไทย เพื่อนำผลคะแนนไปยื่นกับสถาบันการศึกษาที่หมายตาเอาไว้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในคุณสมบัติที่ใช้สมัครเรียนระดับต่างๆ เพราะทางสถาบัน หรือประเทศที่เราต้องการสมัครเรียน จะได้รับรู้ว่าเรามีความสามารถ หรือมีทักษะภาษาอังกฤษอยู่ระดับใด และมีคุณสมบัติเพียงพอในการเรียนต่างประเทศหรือไม่ เพราะภาษาอังกฤษเป็นปัจจัยหลักที่เราต้องมีทักษะก่อนที่จะเรียนต่อต่างประเทศ ผลคะแนน TOEFL นั้น ไม่เฉพาะใช้สมัครเรียนในสถาบันการศึกษาที่เป็นระบบอเมริกันเท่านั้น ปัจจุบันประเทศต่างๆ กว่า 110 ประเทศ และสถาบันการศึกษากว่า 6,000 แห่งทั่วโลก ยอมรับผลคะแนน TOEFL ซึ่งเข้าไปตรวจสอบรายชื่อสถาบันการศึกษาในประเทศต่างๆ ว่ายินดีรับผลคะแนน TOEFL ได้ที่ www.ets.org/toefl การสอบ TOEFL ในอดีตประกอบด้วย 2 แบบ คือ สอบแบบที่ใช้กระดาษในการทำข้อสอบ (Paper-based Testing : PBT) และการสอบที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำข้อสอบ (Computer-based Testing : CBT) กระทั่งปี 2005 ได้เปลี่ยนแปลงการสอบให้สอบผ่านอินเตอร์เน็ต (Internet-based Testing : iBT) โดยเลิกใช้การสอบทั้ง 2 แบบไปเรื่อยๆ จนกว่าการสอบผ่านอินเตอร์เน็ตจะแพร่หลายมากขึ้น และยกเลิกไปในที่สุด ในประเทศไทยมีการสอบ iBT แล้วในกรุงเทพฯ ลาดกระบัง หาดใหญ่ นครปฐม ส่วนที่อื่นๆ ยังใช้ระบบ PBT อยู่ คาดว่าจะเปลี่ยนไปใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการสอบทั้งหมดภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนระบบการสอบ เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะพบว่าการสอบ TOEFL มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาตลอดเวลา เพื่อลบจุดบอดบางส่วนของเด็กต่างชาติที่ต้องการเรียนต่อในต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาการสอบ TOEFL สำหรับทั่วโลก โดย ETS (Education Testing Service) ต้นสังกัดของการจัดสอบ ได้อธิบายเกี่ยวกับการจัดสอบ TOEFL ระบบใหม่ ดังนี้การสอบแบบ iBT เป็นการสอบทักษะภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ เป็นการสอบที่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษทั้งการพูด ฟัง อ่าน และเขียนในการสอบ โดยการสอบแต่ละส่วนจะเชื่อมโยงกันทั้งหมด ผู้สอบต้องตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดทั้งหมด เพราะหมายความว่าเราจะตอบ พูด หรือเขียนไม่ได้เลย ถ้าไม่ตั้งใจฟังตั้งแต่แรก การสอบแบบใหม่ช่วยลบจุดด้อยของนักศึกษาต่างชาติบางคนที่ได้คะแนนสอบดี แต่ไม่สามารถสื่อสาร นำเสนองานผ่านการพูดจาเป็นภาษาอังกฤษได้ดีอย่างที่ควรเป็น การสอบครั้งใหม่นี้จึงเหมือนการจำลองการเข้าไปศึกษาจริงในสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่อาจารย์ผู้สอนได้พูดถึงบทเรียนต่างๆ และให้การบ้านเพื่อให้ทำรายงาน และนำเสนอต่อหน้าอาจารย์ เรียกว่าการสอนในระบบใหม่นี้ไม่ได้ใช้เพียงทักษะด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้นในการสอบแต่ละส่วน แต่การสอบในแต่ละส่วนต้องใช้ทักษะอื่นด้วย เช่น การสอบเขียน ต้องฟังสิ่งที่เขาพูด หรือสิ่งที่เขาให้มาตั้งแต่เริ่มสอบจนเข้าใจเสียก่อนที่จะเขียนตอบได้ ไม่ใช่ให้เขียนตามโจทย์ที่ให้มาแบบ Essay ในแบบเดิมอีก ซึ่งระบบใหม่ทำให้รับรู้ถึงทักษะทางภาษาอังกฤษของแต่ละคนอย่างแท้จริง ส่วนข้อดีในการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเข้ามาช่วยในการสอบ อาทิ ความสะดวกในการสอบเพราะมีศูนย์สอบเพิ่มขึ้น ส่วนการสอบ Speaking จะส่งถึงศูนย์ใหญ่ที่อเมริกาได้ทันที ซึ่งหมายถึงการประเมินผลคะแนนจะสะดวกรวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกันหมด รวมถึง การสมัครสอบ และรับผลคะแนน TOEFL แบบออนไลน์นั้นง่ายดายมากขึ้นสำหรับการสอบ TOEFL iBT จะใช้เวลาสอบประมาณ 4 ชั่วโมง โดยเน้นการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการ เพื่อใช้ความรู้ทางภาษาไปใช้ในการศึกษาต่อในระดับสูง โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ทักษะ ดังนี้ 1.Reading เป็นทักษะที่ใช้วัดความเข้าใจของการอ่านในเชิงวิชาการของผู้สอบ โดยผู้สอบต้องตอบคภพามจากบทความ 3 บทความ ในแต่ละบทจะต้องตอบคำถาม 12-15 ข้อ ส่วนนี้ต้องทำข้อสอบรวมประมาณ 39-40 ข้อ2.Listening เป็นทักษะที่ใช้วัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษ ผู้สอบต้องฟังบทสนทนาในประเด็นทั่วไป 2 เรื่อง และสถานการณ์จำลองในห้องเรียน 4 เรื่อง ต้องตอบคำถามจากสิ่งที่ได้ยินแต่ละบทสนทนา และเรื่องที่ได้ฟัง โดยส่วนนี้ต้องทำข้อสอบ 34-35 ข้อ3.Speaking เป็นทักษะที่ใช้วัดความเข้าใจในการพูดภาษาอังกฤษเนื้อหาเชิงวิชาการ ผู้สอบต้องตอบคำถามด้วยการพูด รวม 6 ข้อ หลังจากอ่านบทความ และการฟังบรรยายในแต่ละประเด็น โดยแบ่งประเภทของคำถาม ดังนี้คำถามที่ 1 และ 2 เป็นเรื่องราวที่ผู้สอบคุ้นเคย อาจเป็นประสบการณ์ หรือทัศนะส่วนตัว มีเวลาในการเตรียมตอบคำถาม 15 วินาที และมีเวลาตอบคำถาม 45 วินาทีตในแต่ละข้อ คำถามที่ 3 และ 4 ผู้สอบจะได้อ่านข้อความสั้นๆ ในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง จากนั้นจะได้ฟังบทสนทนา หรือการบรรยายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบทความนั้นนั้น ผู้สอบต้องตอบคำถามจากสิ่งที่ได้อ่าน และฟัง โดยวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา และตอบคำถามที่เหมาะสม มีเวลาเตรียมตอบคำถาม 30 วินาที และตอบคำถาม 60 วินาทีในแต่ละข้อ คำถามที่ 5 และ 6 ผู้สอบจะได้ฟังบทสนทนาเพื่อการวิเคราะห์ในเชิงวิชาการ หรือฟังบรรยายทางวิชาการ ผู้สอบต้องตอบคำถามจากสิ่งที่อ่าน และฟัง โดยการวิเคราะห์ สรุปข้อมูลที่ได้มา และตอบคำถามที่เหมาะสม มีเวลาเตรียมตัวตอบคำถาม 20 วินาที และมีเวลาตอบคำถาม 60 วินาทีในแต่ละข้อ 4.Writing เป็นทักษะที่ใช้วัดความเข้าใจในการเขียนในเชิงวิชาการ โดยผู้สอบต้องแสดงความสามารถในการใช้ภาษา และการคิดวิเคราะห์ การพัฒนาความคิดในประเด็นที่ได้อ่านจากข้อสอบ 2 ข้อคำถามที่ 1 ผู้สอบจะได้อ่านบทความทางวิชาการในเวลาประมาณ 3 นาที และฟังการบรรยายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ได้อ่าน จากนั้นผู้สอบต้องสรุปบรรยาย หรือแสดงทรรศนะจากสิ่งที่ได้อ่าน และฟัง โดยต้องเขียน 150-220 คำ ในเวลา 20 นาที คำถามที่ 2 ผู้สอบจะได้อ่านประโยคสั้นๆ และตอบคำถามโดยการบรรยาย หรือแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลจากสิ่งที่ได้อ่าน โดยต้องเขียนอย่างน้อย 300 คำ ในเวลา 30 นาที สำหรับการสมัคร TOEFL iBT แบบออนไลน์ เป็นการสมัครสอบที่รวดเร็ว และประหยัดที่สุด ส่วนการสมัครในรูปแบบอื่นยังมีอยู่ เช่น ทางโทรศัพท์ และไปรษณีย์ โดยดูรายละเอียด และสมัครสอบได้ที่ www.est.org/toefl (ข้อมูลจาก EXIT Smart Learning Magazine ฉบับที่ 16 เดือนสิงหาคม-กันยายน 2006)
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
  ครั้ง