mun01left
logo
mun02right
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > U-Life > ความรู้รอบตัว


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
RSS เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
แนะนำเอเจนซี่เรียนต่อ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
ทดลองเลือกคณะ new campus
เทคนิคการรับมือ
Admission 2009

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
 
ตามแฟชั่น ฝึกงานอเมริกา หนึ่งปัญหาใหญ่เด็กไทยไม่ถึงฝัน

นักศึกษาหลายต่อหลายคนอยากมีโอกาสได้ไปทดลองใช้ชีวิตในต่างแดนดูบ้าง...อยาก รู้ว่ารสชาติของชีวิตที่นั่นจะเป็นอย่างไร...จะอยู่ได้หรือไม่...ต่างจาก บ้านเราอย่างไร...คำถามเหล่านี้สามารถหาคำตอบได้จากโครงการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นมามากมาย มีทั้งไปศึกษาต่อ ไปทำงาน หรือในรูปแบบของทั้งการทำงานและการท่องเที่ยว

WORK AND TRAVEL, เวิร์ก แอนด์ ทราเวิล, ทำงานและการท่องเที่ยวหนึ่งในโครงการเหล่านั้น คือ โครงการแลกเปลี่ยนเพื่อการทำงานและท่องเที่ยว (Exchange Visitor Program) หรือที่รู้จักกันในนามของ เวิร์ก แอนด์ ทราเวิล (Work and Travel) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งให้นักศึกษาได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตเรียนรู้ ศึกษาวัฒนธรรม ภาษา หาประสบการณ์จากการทำงานและการท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกา

โครงการแลกเปลี่ยนเพื่อการทำงานและท่องเที่ยว เป็นโครงการที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้บริหารจัดการภายใต้ กฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมฉบับแก้ไข พ.ศ. 2504 โดยมอบหมายหน่วยงานต่าง ๆ ในอเมริกา ให้เป็นผู้บริหารจัดการโครงการ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้อาจจะเป็นหน่วยงานของรัฐบาล สถาบันการศึกษา องค์กรการศึกษาและวัฒนธรรมหรือบริษัทเอกชน สำหรับหน่วยงานที่ได้รับ มอบหมายเหล่านี้เรียกกันว่า ผู้อุปถัมภ์โครงการ ซึ่งจะเป็นผู้คัดกรองและเลือกผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไว้ในประมวลระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา

ระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลอเมริกัน อนุญาตให้นัก ศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทำงาน อย่างถูกต้องตามกฎหมายได้เป็นระยะเวลานานที่สุด 4 เดือน ดังนั้น นักศึกษาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย ระบบภาคการศึกษาไทยจะอยู่ ในช่วงเดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายน-ต้นเดือนมิถุนายน ในขณะที่นักศึกษาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยระบบภาคการศึกษานานาชาติ จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม

“เด็กที่ไปในแต่ละปีมีหลากหลายรูปแบบและก็มีปัญหาเกิดขึ้นทุกปีเช่นกัน” ต้องจิตร หล่อวินิจนันท์ ที่ปรึกษาสมาคมไทยแนะแนวการศึกษาต่อนานาชาติ (Thai International Education Consultants Asso- ciation:TIECA) เกริ่นก่อนเล่าถึงโครงการนี้ให้ฟังว่า โครงการแลกเปลี่ยนเพื่อการทำงานและท่องเที่ยว เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนเข้ามาทำงาน สาขาต่าง ๆ อย่างถูกต้องในอเมริกา ซึ่งไม่ใช่โครงการจัดหางานเพราะ ผู้สมัครจะต้องมีสถานภาพเป็น นักศึกษาและผ่านการคัดเลือก โดยจะถือวีซ่าประเภทนักเรียนแลกเปลี่ยน เจ-1 (J-1 Visa)

สำหรับปัญหานั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ต้องจิตร อธิบายถึงปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการให้ฟังว่า เริ่มตั้งแต่ก่อนที่จะสมัคร นั้นคือ ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ก่อนว่า โครงการนี้ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ไปทำงานจริง ๆ โดยใช้ชีวิตแบบคนอเมริกัน ลองใช้เงินในสภาพแวดล้อมแบบอเมริกัน เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม การทำงานในสังคมอเมริกัน จะได้รู้ว่า คนอเมริกันคิดอย่างไร ทำอย่างไร

“ต้องถามตัวเองว่า ความรู้ทางด้านภาษาเราเป็นอย่างไร ถ้าดี ทำงานได้ไม่เกี่ยง ทำงานหนักได้ ไม่ใช่คุณหนู ถ้าเราเข้าข่ายโครงการ นี้ก็ถือว่าเหมาะ เพราะสมัยนี้ ค่านิยมของเด็กจะมุ่งไปในกระแสที่อยากได้เงิน ไปหาเงิน ถ้ามีความคิดอย่างนี้รอให้เรียนจบก่อนแล้วค่อยไปจะดีกว่า จะได้ทำงานหาเงินได้อย่างเต็มที่”

ต่อมาจะเป็น การสมัคร ตามบริษัทต่าง ๆ ที่มีใบอนุญาต โดยเปิดโครงการผ่านทางออนไลน์ ตามบูธในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันต่าง ๆ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลของแต่ละสถานที่ของแต่ละนายจ้างที่เด็กจะ ต้องเลือกไปทำงาน

“ตรงนี้เด็กต้องอ่านเอกสารให้ละเอียด เพราะบาง อย่างเด็กจะคิดไปเอง พอไปเจอของจริงไม่เป็นอย่างที่คิด ก็เข้าใจว่าบริษัทหลอกลวง เช่น ตำแหน่งงานไม่ตรงตามที่เลือกมาจากเมืองไทย ที่พักอาศัยไม่สะดวกสบายเหมือนอย่างที่คิดไว้ จึงต้องอ่านรายละเอียดให้เข้าใจว่าคำนี้แปลว่าอะไร ประโยคมีหมายความว่าอะไร ถ้าตรงไหนไม่เข้าใจให้ถามเจ้าหน้าที่ทันที ก่อนตัดสินใจสมัคร เพราะบางคนตัดสินใจสมัครโดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจที่ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลังได้ รวมทั้ง ต้องรู้ว่าความเป็นอยู่ของแต่ละวัน คือ สภาพความเป็นจริงที่จะต้องเผชิญจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

จากนั้น นัดสัมภาษณ์ โดยจะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษกับตัวแทนของสถานที่เด็กจะไปทำงานด้วย ผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์แล้วจะต้องขอยื่นใบสมัครจริงและเอกสารที่กำหนดไว้ เพื่อขอวีซ่า พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และซื้อตั๋วเครื่องบินโดยรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 80,000-90,000 บาท

“เด็กจะได้ไปทำงาน หรือไม่ได้ไปนั้นขึ้นอยู่กับการสัมภาษณ์ ในส่วนนี้ด้วย โดยมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท เนื่องจากตำแหน่งในแต่ละที่ต้องการเด็กที่มีคุณสมบัติต่างกัน เช่น บางที่มีเกณฑ์ว่าตำแหน่งนี้ต้องการเด็กที่เรียบร้อย แต่งตัวสุภาพ แต่เด็กผู้ชายที่ต้องการทำงานที่นี้ไว้ผมยาว เจาะหู หากทางบริษัทต้องการให้ตัดผม ไม่ให้ใส่ตุ้มหู ถ้าเด็กรับไม่ได้ เขาก็ต้องเปลี่ยนงานจนกว่าจะเจอนายจ้างที่ให้เขาไว้ผมยาว หรือใส่ตุ้มหูได้”

ส่วนเด็กที่ภาษาไม่ค่อยได้ นายจ้างจะให้ไปทำงานในส่วนที่ไม่ต้องสนทนากับใครมากนัก อย่างทำความสะอาดห้องพัก ซึ่งบางครั้งความเข้าใจต่างกันคิดว่าดูถูกเด็ก ผู้ปกครองรู้เข้าก็ไม่พอใจ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว งานประเภทนี้ในอเมริกาไม่ใช่งานที่ต้อยต่ำหรือไม่มีเกียรติคนอเมริกันถือว่า เป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทนเหมือนกัน

“บางครั้งเด็กจะเข้าใจเมื่อไปทำงานกลับมาแล้ว น้องผู้ชายคนหนึ่งที่เคยไปทำงานนี้พูดให้ฟังว่า ผมอยากได้แฟนที่เคยทำงาน เป็นพนักงานทำความสะอาดมาก่อน ก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงพูดอย่างนี้ เขาบอกว่า เพราะคนที่เคยทำงานนี้มาก่อนจะละเอียด เป็นแม่บ้านที่ดีได้เพราะมีประสบ การณ์ รู้หลักการที่ถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่ได้มานั้นสามารถนำมาเป็นทักษะชีวิตที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันต่อ ไปได้ในอนาคต ไม่ใช่งานต้อยต่ำ เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน”

หลังจากนั้นจะเข้าสู่ ขั้นตอนก่อนเดินทาง โดยจะมีการปฐมนิเทศซึ่งเป็นการให้ความรู้ในส่วนต่าง ๆ ที่เด็กต้องเจอ เช่น วัฒนธรรมคนอเมริกันเป็นอย่างไร ชั่วโมงทำงานที่ได้น้อยกว่าที่ทำจริงจะต้องทำอย่างไร บอกใคร ฉะนั้นในส่วนนี้เด็กต้องให้ความสำคัญ ควรมาตามวัน เวลาที่ได้นัดหมาย มิฉะนั้นแล้วจะพลาดข้อมูลในส่วนต่าง ๆ ที่ควรรู้ โดยจะใช้เวลาในการให้ความรู้ประมาณ 3 ชม.

“สิ่งสำคัญ คือ ต้องศึกษาก่อนว่าเมื่อไปถึงจะต้องทำอย่างไร ได้ไปทำงานที่ใด เบอร์ติดต่อคือเบอร์อะไร อีเมลอะไร ฉะนั้นไปกับบริษัทใดต้องสอบถามให้ชัดเจน อย่านึกสนุกไปลุยเอาดาบหน้า และที่ลืมไม่ได้ คือ ก่อนเดินทางต้องแจ้งให้นายจ้างรู้ว่าจะเดินทางไปถึงวันใดเวลาเท่าไร เพราะบางที่รับเด็กจากหลายชาติ ถ้าไม่แจ้งเขาก็จะไม่รู้ว่ามาจริงหรือไม่ เนื่องจากเคยเกิดกรณีที่ติดต่อกันแล้วพอถึงเวลาก็ไม่ไป รวมทั้งบางครั้งนายจ้างลืม”

เมื่อไปถึงที่อเมริกาปัญหาที่พบบ่อย คือ เด็กไทยคาดหวังการดูแลมาก ๆ มองว่าตนเองเป็นนักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยน นายจ้างต้องดูแลเขาเป็นพิเศษ แต่นายจ้างไม่ได้คิดอย่างนั้น จะมองแค่ว่านายจ้างกับลูกจ้าง คุณเข้ามาทำงานคุณคือลูกจ้างที่ได้สิทธิเท่า ๆ กับลูกจ้างคนอื่น ๆ ต้องทำงานได้เหมือนคนอื่น ๆ คุณมาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดหวังไม่ตรงกัน แต่ถ้าเด็กเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการมาอย่างแท้จริงปัญหานี้จะเบาบางลงได้ ปัญหารองลงมา คือ เด็กไทยขาดความเป็นตัวของตัวเอง จะเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ในทางที่ไม่ถูกต้องได้ง่าย จึงอยากให้เด็ก ๆ หนักแน่นในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะเด็กไทยในปัจจุบันมักหวั่นไหวง่ายกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

“จะเห็นได้ว่าทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญและสามารถเกิดความเข้าใจผิดหรือเกิด ความ ผิดพลาดที่กลายเป็นปัญหาขึ้นได้ทั้งสิ้น จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งตัวนักศึกษาต้องรอบคอบ ใส่ใจในทุกขั้นตอน เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ สำรวจตัวเองว่าพร้อมที่จะเผชิญหรือไม่ ถ้าพร้อมและเข้าใจถึงทุก ๆ ปัญหาว่าสามารถเกิดขึ้นและแก้ไขแล้ว การเดินทางไปหาประสบการณ์ในต่างแดนครั้งนี้ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น ได้รับประโยชน์ที่ควรจะได้อย่างเต็มที่ เด็กกลับมาอย่างน้อยเขาก็จะได้รู้ว่าเงินแต่ละบาทกว่าจะได้มาเป็นอย่างไร” ต้องจิตร กล่าวทิ้งท้าย

หากมีความพร้อม ตั้งสติทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหา แล้วจะรู้ว่าทางแก้รอคุณอยู่ข้างหน้า.

จุฑานันท์ บุญทราหาญ





หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว   ครั้ง





บทความที่เกี่ยวข้อง
พริกขี้หนูสดลดระดับน้ำตาลในเลือด
คุณคิดว่าคุณรู้จัก เสือ กันดีแค่ไหน?
เอสเปรสโซ 1 แก้วอันตราย!ถึงหัวใจทรุดโทรม
ตัดแต่งพันธุกรรมให้ยุงบินไม่ได้
ประวัติ "ดินสอ"

สนับสนุนข้อมูล โดย เดลินิวส์

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ตามแฟชั่น ฝึกงานอเมริกา หนึ่งปัญหาใหญ่เด็กไทยไม่ถึงฝัน

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 43

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
สนับสนุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย