mun01left
logo
mun02right
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > U-Life > ความรู้รอบตัว


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
RSS เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
แนะนำเอเจนซี่เรียนต่อ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
ทดลองเลือกคณะ new campus
เทคนิคการรับมือ
Admission 2009

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
 
จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

ปัจจุบัน การจัดฟันที่ เรานิยมทำกันไม่ใช่ เพื่อการรักษาฟันแล้ว แต่กลายเป็นการจัดฟันตามแฟชั่นที่เป็นกระแสฮิตมากในหมู่วัยรุ่น นำมาเป็นเครื่องประดับเพื่อเพิ่มความสวยงามกิ๊บเก๋โดยหารู้ไม่ว่า มีภัยร้ายแอบซ่อนอยู่มากมาย ล่าสุดได้เกิดเหตุสลดขึ้นกับน้องนักเรียนหญิงคนหนึ่งโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ใส่อุปกรณ์จัดฟันแฟชั่นในร้านที่ไม่ได้มาตiฐานจนติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตในที่สุด

จัดฟันแฟชั่น, ดัดฟัน



โดยปกติแล้วการจัดฟันเป็นการรักษาทางการแพทย์อย่างหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ฟันเรียงสวยเป็นระเบียบสร้างความมั่นใจและสามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันตแพทย์ไพศาล กังวลกิจ เลขาธิการทันตแพทยสภา อธิบายและให้ข้อบ่งชี้สำหรับ ผู้ที่จำเป็นต้องจัดฟัน คือ ผู้ที่มีฟันเกหรือฟันซ้อนมาก เพราะทำความสะอาดฟันได้ยากมีผลทำให้ฟันผุและเหงือกอักเสบ ผู้ที่มี ฟันห่างมาก มีผลทำให้มองดูไม่สวยงาม เสียบุคลิกภาพและ ผู้ที่มีปัญหาการสบฟันที่ผิดปกติ เช่น ฟันบนหรือล่างยื่นทำให้การบดเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดฟันเพื่อรักษาอาการดังกล่าว

แต่ขณะนี้พบว่ามีการใช้ลวดจัดฟันปลอมในกลุ่มวัยรุ่นเป็นแฟชั่นเพื่อความสวยเก๋และที่น่าเป็นห่วงคือสามารถหาซื้อได้ง่ายตามตลาดนัดหรือร้านค้าขายของแฟชั่นทั่วไปในราคาที่ถูกกว่าร้านจัดฟันจริงหลายเท่าตัว โดยมีการนำลวดเส้นเล็ก ๆ มาร้อยลูกปัดสีสันต่าง ๆ ตกแต่งให้สวยงามขายในราคาเส้นละ 50-120 บาทและหากต้องการให้ผู้ขายใส่ให้ราคาจะแพงขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 150-200 บาท ซึ่งผู้ขายจะใช้กาวทาที่เหล็กและติดที่ฟันให้ลูกค้าโดยผู้ที่ทำไม่มีความรู้ความชำนาญด้านทันตกรรมการจัดฟันแต่อย่างใด

จัดฟันแฟชั่น, ดัดฟัน



“อุปกรณ์ที่ใช้ก็ไม่ได้มาตร ฐาน ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ เนื่องจากลวดสเตนเลสที่ใช้เป็น เครื่องมือแพทย์นั้นจะต้องเป็นเครื่องมือที่นำเข้าจากต่างประเทศเพราะในประเทศไทยไม่มีผลิตหรือจำหน่ายจึงมีราคาแพงแต่ปลอดภัยและรักษาได้ผลอย่างมี ประสิทธิภาพ ส่วนลวดจัดฟันแฟชั่นตามร้านค้าที่นำมาจำหน่ายเป็นลวดธรรมดาที่เมื่อใช้ไปแล้ว จะเป็นสนิมและสกปรก มีสารหนู สารตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียมและอื่น ๆ หากเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกาย เช่น ตับ ไตและเมื่อนานเข้าก็จะก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็ง”

นอกจากนี้ลวดหรือลูกปัดต่าง ๆ ที่อยู่ในปากซึ่งมีน้ำลาย หากทานอาหารจะทำให้พวกสารต่าง ๆ เหล่านี้ละลายไหลลงไปสู่กระเพาะอาหารและถ้ารับประทานของเปรี้ยว ๆ ก็จะยิ่งทำให้สารเหล่านี้ละลายมากขึ้น จึงไปสะสมมากมีโอกาสติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีจุดอ่อนเป็นโรคหัวใจเหมือนกรณีที่เกิดขึ้นกับน้องนักเรียน หญิงที่ตกเป็นเหยื่อและเสียชีวิต สำหรับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวก็เกิดผลเสียในแบบเดียวกันได้แต่เป็น ในระยะยาว

ข้อสำคัญการใส่ลวดจัดฟันแฟชั่นมีผลเสียทำให้แปรงฟันลำบาก กักเก็บเศษอาหาร เกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ ถ้าใส่นอนหรือใส่กินอาหารอาจหลุดเข้าลำคอทำให้เสียชีวิตได้ บางคนถูกลวดเกี่ยวกระพุ้งแก้มเป็นแผลและเกิดหนองทำให้ปากเหม็น อีกทั้งอาจทำให้ฟันที่เรียงสวยอยู่แล้วเกิดบิดเบี้ยว เกและห่างไปคนละทิศละทางเพราะเมื่อติดเหล็กที่ฟันแล้วจะทำให้รู้สึกเจ็บเนื่องจากฟันเคลื่อนที่ ซึ่งผู้ทำไม่มีความชำนาญและไม่ได้ทำตามขั้นตอนของแพทย์ที่ถูกต้อง จึงไม่สามารถติดเครื่องมือจัดฟันแบบบังคับทิศทางของฟันให้เคลื่อนที่ในตำแหน่งองศาที่ควรจะเป็นได้ ผลที่ได้รับจึงไม่คุ้มค่ากับความสวยงามที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดและอาจถึงขั้นเสียชีวิตด้วยทางที่ดีอย่าไปใส่เลยถ้าไม่มีความจำเป็น

จัดฟันแฟชั่น, ดัดฟัน



จากการตรวจสอบพบว่าต้นกำเนิดลวดจัดฟันแฟชั่นน่าจะเริ่มเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะจากการประชุมร่วมกับทันตแพทย์ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกไม่มีประเทศใดมีปัญหาการใช้ลวดจัดฟันแฟชั่นนี้ โดยจากการสำรวจสถานที่จัดฟันแฟชั่นพบว่ามีคลินิกเถื่อนประมาณเกือบ 10,000 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นที่มีผู้เสียชีวิตนั้นมีจำนวนกว่า 400 แห่ง ซึ่งกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ทางทันตแพทยสภาได้ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อดำเนินการกับผู้จำหน่ายสินค้าดังกล่าวรวมทั้งการใส่ลวดจัดฟันปลอมจากวัสดุที่เป็นอันตรายในช่องปาก เนื่องจากทันตแพทยสภาไม่มีอำนาจไปจับกุมผู้ผลิตจำหน่ายลวดจัดฟันแฟชั่น

แฟชั่นรักสวยรักงามหากรู้จักตามอย่างมีสติและใช้ความคิด จะมีประโยชน์ ไม่ตกเทรนด์และปลอดภัย แต่หากละเลยที่จะคำนึงถึงความถูกต้องและความเสี่ยง เราอาจตกเป็นเหยื่อที่แลกความสวยเก๋ด้วยชีวิตก็เป็นได้.

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนจีดฟันอย่างถูกต้องและปลอดภัย

หากมีความจำเป็นต้องรับบริการทางการจัดฟัน ทันตแพทย์ไพศาล กังวลกิจ เลขาธิการทันตแพทยสภา แนะนำว่า เครื่องมือจัดฟันมี 2 ชนิด คือ ชนิดถอดได้มักใช้กรณีมีความผิดปกติเล็กน้อยเคลื่อนฟันบางซี่ สามารถถอดออกได้ และชนิดที่ 2 เป็นแบบติดแน่น เรียกว่า “เหล็กจัดฟัน” วัสดุเป็นโลหะไร้สนิมขนาดเล็ก ๆ ติดบนด้านหน้าของฟัน ใช้ในกรณีที่ต้องเคลื่อนฟันหลาย ๆ ซี่พร้อมกัน

ขั้นตอนแรกต้องเข้าพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฟันเพื่อปรึกษาและวินิจฉัย ตรวจสภาพช่องปาก โดยเริ่มจากการเอกซเรย์ฟันทั้งปากและศีรษะ พิมพ์ฟันทำแบบจำลองฟัน จากนั้นนำมาวิเคราะห์ วางแผนการรักษาและวินิจฉัยหาสาเหตุความผิดปกติของฟันและวิธีการแก้ไข หากพบว่ามีความผิดปกติและมีความจำเป็นต้องรักษาแพทย์จะทำการรักษาให้ ส่วนค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอาการของฟันว่าซ้อน เกและยื่นมากหรือน้อย ถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐราคาประมาณ 10,000-20,000 บาท ส่วนเอกชนจะอยู่ที่ 30,000-40,000 บาท

ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวก่อนติดเครื่องมือโดยผู้ป่วยที่จะทำการรักษาจะต้องตรวจสุขภาพฟันก่อน โดยผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจช่องปาก หากมีฟันผุต้องอุดให้เรียบร้อยและขูดหินปูนให้สะอาด หากมีโรคเหงือกต้องได้รับการรักษาจนถึงระดับที่ควบคุมโรคเหงือกได้และในกรณีที่ฟันซ้อนเกมากหรือฟันยื่นมาก การถอนฟันจะทำให้มีช่องว่างเพื่อที่จะเรียงฟันที่ซ้อนเกหรือดึงฟันเข้าเพื่อลดความยื่น โดยส่วนใหญ่คนไข้จะถูกถอนฟันออกประมาณ 3-4 ซี่ หรือแล้วแต่ความผิดปกติของฟันซึ่งมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป

ขั้นตอนระหว่างการจัดฟัน ผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจและทำความสะอาดฟันเป็นระยะ ๆ โดยทันตแพทย์ประจำตัวจนกว่าจะจัดฟันเสร็จ ในระหว่างนี้ผู้ป่วยควรดูแลทำความสะอาดฟันและใช้แปรงสีฟันสำหรับผู้ป่วยจัดฟันตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น ไม่เช่นนั้นหลังจัดฟันเสร็จแล้วอาจมีปัญหาฟันผุตามมา ซึ่งใช้เวลาในการจัดประมาณ 2 ปี แพทย์จึงจะถอดเหล็กออก จากนั้นผู้ป่วยจะต้องใส่รีเทนเนอร์ครอบฟันเพื่อคงสภาพฟันไว้ เพราะฟันเคลื่อนที่จากที่เดิมมาจัดเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วอาจจะเคลื่อนกลับที่เดิมได้ เนื่องจากกระดูกที่รากฟันจะละลายกลับที่เก่า จึงต้องใส่ไว้อีกประมาณ 3-4 ปี รอจนกระทั่งกระดูกเข้าที่แล้วจึงหยุดใส่

ทั้งนี้เราสามารถทำการรักษาได้ที่คลินิกทั่วไปหรือโรงพยาบาลรัฐและเอกชนหรือถ้าไม่มั่นใจว่าแพทย์ที่ทำการรักษาเป็นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือมีทะเบียนหรือไม่ให้นำชื่อ-นามสกุลเข้ามาตรวจเช็กได้ที่สถาบันทันตแพทยสภา หรือที่เว็บไซต์ www.dentalcouncil.or.th

กรวิกา คงเดชศักดา




หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว   ครั้ง





บทความที่เกี่ยวข้อง
พริกขี้หนูสดลดระดับน้ำตาลในเลือด
คุณคิดว่าคุณรู้จัก เสือ กันดีแค่ไหน?
เอสเปรสโซ 1 แก้วอันตราย!ถึงหัวใจทรุดโทรม
ตัดแต่งพันธุกรรมให้ยุงบินไม่ได้
ประวัติ "ดินสอ"

สนับสนุนข้อมูล โดย เดลินิวส์

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 41

  1. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

  2. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

  3. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

  4. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

  5. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

  6. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

  7. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

  8. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

  9. Re: จัดฟันแฟชั่น ได้สวยไม่คุ้มเสีย?!!

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
สนับสนุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย