mun01left
logo
mun02right
  ค้นหาความรู้จาก  
หน้าแรก > U-Life > โชว์รูม


เว็บบอร์ด ทีนวาไรตี้ เว็บบอร์ด
RSS เว็บบอร์ด
โค้ดhi5 แต่งhi5
ภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อน
ทีนสตาร์
ทีนอินเลิฟรู้ทันรัก
ทีนอินเทรนด์
เรื่องจี๊ดๆ
พี่สอนน้อง
Wallpaper

แนะนำหนังสือ
มุมนักเขียน
เขียนนิยาย
เขียนเรื่องสั้น
เขียนกลอน

Show Room
กิจกรรม
Interview
ความรู้รอบตัว

เรียนต่อในประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ
แนะนำเอเจนซี่เรียนต่อ
ทุนการศึกษา
ดาวน์โหลดข้อสอบ
สอนพิเศษ
ฝึกอบรม
ทดลองเลือกคณะ new campus
เทคนิคการรับมือ
Admission 2009

ทีนวาไรตี้
ห้องเด็กเรียน-เรียนต่อ
กิจกรรมวัยทีน
แนะนำ-ติชม
helper end
 
น้องกิ๊ฟ กินเจ อย่างนักวิทยาศาสตร์ ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม

เทศกาลกินเจ งานบุญของคนไทยทั่วหน้า เคยสงสัยหรือไม่ว่านอกจากผักที่ถือเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารเจแล้ว บรรดาเนื้อสัตว์เทียมทั้งหลายที่มีหน้าตาน่ารับประทาน และสร้างสีสันให้อาหารเจทุกจานนั้นมาจากอะไรกันแน่

จริงๆ แล้วอาหารจำพวกเนื้อเทียมต่างๆ เช่น ลูกชิ้นเจ หมูสับเจ ไส้หมูเจ หมูยอเจ ที่เราเห็นกันนั้น ผลิตมาจาก "กลูเต็น" ซึ่งใช้ทดแทนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นเพียงเส้นใยโปรตีนเหนียวที่ได้จากกระบวนการผลิตจากแป้งสาลี แต่เป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์ แถมยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายไม่ครบถ้วน หากรับประทานไปนานๆ อาจทำให้ขาดสารอาหาร อีกทั้งผู้บริโภคบางกลุ่มที่แพ้โปรตีนจากแป้งสาลีก็ไม่สามารถรับประทานเนื้อเทียมเหล่านี้ได้

ด้วยความเป็นคนชอบอาหารเจเป็นทุนเดิม ประกอบกับความช่างสังเกต น.ส.ธนาภรณ์ วังศานุตร หรือน้องกิ๊ฟ นักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) คนเก่งจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ จึงศึกษาเนื้อเทียมต่างๆ จนพบข้อด้อยต่างๆ ของกลูเต็น

จากนั้นจึงทดลองทำโครงงานศึกษาวิเคราะห์ปริมาณกลูเต็นในแป้งชนิดต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพของกลูเต็นให้มีปริมาณโปรตีนมากขึ้นและผลิตกลูเต็นที่มีราคาถูกได้จากแป้งชนิดอื่น เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคอาหารเจ และเป็นทางเลือกในการหาแป้งชนิดอื่นมาทำกลูเต็นสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้แป้งสาลีได้

เนื้อสัตว์เทียม, กลูเต็น, กินเจ, นักวิทยาศาสตร์ในการทำโครงงานครั้งนี้ กิ๊ฟได้วิเคราะห์ปริมาณโปรตีนแป้งทั้งสิ้น 7 ชนิด ได้แก่ แป้งข้าวเหนียวดำ แป้งเท้ายายม่อม แป้งมัน แป้งข้าวโพด แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และแป้งข้าวเหนียว โดยมีวิธีจับกับสี coomassie โดยเตรียมแป้งแต่ละชนิดแล้วเติม coomassie reagent เมื่อสี coomassie จับกับโปรตีนสีจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีออกน้ำเงิน ซึ่งสามารถดูดกลืนแสงได้ และมีค่าที่แปรผันตรงกับความเข้มข้นของโปรตีนในสารละลายตัวอย่าง

ผลการทดลองพบว่า แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า และแป้งสาลี เป็นแป้ง 3 ชนิดที่มีปริมาณโปรตีนสูงสุด 3 อันดับแรก แต่เมื่อนำแป้งทั้ง 3 ชนิดไปทำกลูเต็น กลับพบว่าแป้งข้าวเหนียว และแป้งข้าวเจ้า ไม่สามารถทำเป็นกลูเต็นได้ เนื่องจากแป้งทั้ง 2 ชนิดนี้ขาดโปรตีนชนิดสำคัญคือ glntenin และ gliadin ที่เมื่อรวมตัวกับน้ำแล้วจะช่วยทำให้เกิดกลูเต็น

แม้ว่าการทดลองครั้งนี้จะไม่สามารถหาแป้งชนิดอื่นมาทำกลูเต็นแทนแป้งสาลีได้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาต่อไปกับแป้งชนิดอื่น และยังทำให้รู้ว่ายังมีแป้งชนิดอื่นที่มีโปรตีนมากกว่าแป้งสาลี หากสามารถพัฒนาวิธีการผลิตกลูเต็นจากแป้งชนิดอื่นๆ เช่น แป้งถั่วเหลือง แป้งถั่วเขียวได้แล้ว เราคงได้รับประทานเนื้อสัตว์เทียมที่มีปริมาณกรดอะมิโนที่จำเป็นมากขึ้น เพิ่มคุณค่าสารอาหารในเทศกาลกินเจ

วิชาที่กิ๊ฟถนัดมากที่สุดคือชีววิทยา เพราะเป็นวิชาที่สนุก น่าสนใจ มีความเชื่อมโยงกับทุกๆ วิชาและทุกๆ เรื่องในชีวิตเรา โดยเฉพาะปฏิสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์น่าค้นหา สามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินไปได้พร้อมๆ กัน

กิ๊ฟตั้งใจไว้ว่าอนาคตจะเป็นนักวิทยาศาสตร์

คอลัมน์ ไอคิวทะลุฟ้า



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว   ครั้ง





บทความที่เกี่ยวข้อง
ไอเดีย สร้างรายได้ ตุ้งติ้งติดปกเสื้อนักศึกษา
เปิดตัวเด็กไทยร่วมท่องอวกาศที่ญี่ปุ่น
ด.ญ.พอฟ้า พรรณเชษฐ์ แม่ชีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย
เด็กหญิงวัย 14 ชกมวยสู้ชีวิต
เด็กชายอังกฤษระดมเงินช่วยเฮติได้ 50,000 ปอนด์ภายในวันเดียว

สนับสนุนข้อมูล ข่าวสด

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: น้องกิ๊ฟ กินเจ อย่างนักวิทยาศาสตร์ ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 6

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
สนับสนุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย